ขออนุมัติท่าทีไทยสำหรับการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ครั้งที่ 4

ข่าวการเมือง Tuesday October 20, 2020 18:13 —มติคณะรัฐมนตรี

ขออนุมัติท่าทีไทยสำหรับการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ครั้งที่ 4

เรื่อง ขออนุมัติท่าทีไทยสำหรับการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ครั้งที่ 4 และการปรับปรุงแก้ไขบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขยายความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของสหพันธรัฐรัสเซีย

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบท่าทีไทย (ตามข้อ 1) เพื่อใช้เป็นกรอบในการหารือสำหรับการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ครั้งที่ 4 โดยหากในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ดังกล่าว มีผลให้มีการตกลงเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าในประเด็นอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากข้อ 1 อันจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าสองฝ่าย โดยไม่มีการจัดทำเป็นความตกลงหรือหนังสือสัญญาขึ้นมา ให้กระทรวงพาณิชย์และผู้แทนไทยที่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวสามารถดำเนินการได้และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ พร้อมทั้งเห็นชอบและอนุมัติให้มีการลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขยายความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของสหพันธรัฐรัสเซีย (ตามข้อ 2) ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขร่างบันทึกความเข้าใจฯ ข้างต้นในส่วนมิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการได้โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีก และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจดังกล่าวฯ ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ

สาระสำคัญ

1. ท่าทีไทยที่จะหยิบยกในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-สหพันธรัฐรัสเซีย ครั้งที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมเตรียมการกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2563 เพื่อทราบท่าทีฝ่ายไทยที่ประสงค์จะผลักดันในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ครั้งที่ 4 ซึ่งที่ประชุมเห็นควรให้ไทยมีท่าทีในประเด็น ดังนี้ (1) สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและสหพันธรัฐรัสเซีย (2) การส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน (3) การขยายความร่วมมือในระดับพหุภาคีและภูมิภาค (4) การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน

2. การปรับปรุงแก้ไขบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขยายความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกระทรวงพาณิชย์ของราชอาณาจักรไทยและกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของสหพันธรัฐรัสเซีย

1) กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้หารือกับกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจสหพันธรัฐรัสเซียเพื่อปรับปรุงบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับ พ.ศ. 2559 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับปรับปรุง เป็นระยะ เพื่อนำเสนอร่างบันทึกฯ ที่สองฝ่ายได้ข้อสรุปร่วมกันต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมาธิการฯ ครั้งที่ 4 ในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ให้การรับรองต่อไป

2) ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับปรับปรุงนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นการขยายความร่วมมือในระดับพหุภาคีและภูมิภาคภายใต้กรอบต่าง ๆ และส่งเสริมกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทั้งนี้ สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

(1) วัตถุประสงค์ เน้นการกระชับความสัมพันธ์ และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนทั้งในระดับพหุภาคีและภูมิภาค ซึ่งรวมถึง ASEAN และ EAEU เพื่อประโยชน์ร่วมกัน

(2) ขอบเขตการดำเนินการ เน้นส่งเสริมกิจกรรมทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าในสาขาที่มีศักยภาพ การลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน การอำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเศรษฐกิจ (เช่น กฎหมาย กฎและระเบียบ มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ การประกวดและการเสนอราคาในการจัดซื้อสินค้า) การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการค้าที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน การส่งเสริมการเยือนของภาคธุรกิจ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า การสนับสนุน SME การส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาสถาบันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเสริมสร้างโอกาสความร่วมมือด้านนวัตกรรม และปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล และการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น

(3) ผลใช้บังคับและระยะเวลาดำเนินการ จะมีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ซึ่งฝ่ายสุดท้ายลงนาม โดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจยกเลิกบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับนี้ได้ด้วยการส่งหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่ออีกฝ่าย

(4) สถานะทางกฎหมาย เป็นเอกสารเพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะดำเนินความร่วมมือระหว่างกัน โดยระบุชัดเจนว่า เอกสารไม่มีสถานะเป็นสนธิสัญญาหรือก่อให้เกิดพันธกรณีระหว่างกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ที่มา: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 20 ตุลาคม 2563


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ