1. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 53/2552 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมการมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 53/2552 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมการมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังนี้
ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 330/2551 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2551 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี และคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2552 ลงวันที่ 6 มกราคม 2552 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการไปแล้ว นั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 15 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้
1. รองนายกรัฐมนตรี (นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ)
- กำกับการบริหารราชการของส่วนราชการสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เฉพาะในส่วนของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนและโครงการสร้างศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน
2. ยกเลิกความในข้อ 1.1.1 ในส่วนที่ 1 รองนายกรัฐมนตรี (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ของคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2552 ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ
3. ยกเลิกความในข้อ 2.1.2 ในส่วนที่ 2 รองนายกรัฐมนตรี (นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) ของคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2552 ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ
4. เพิ่มความเป็น 4.1.3 ในส่วนที่ 4 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย) ของคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2552 ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ ดังนี้
“4.1.3 คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค”
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
2. แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ให้แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน 3 ราย ดังนี้
1. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี
2. นายวีระศักดิ์ จินารัตน์ และ
3. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ
ทั้งนี้ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ได้รับแต่งตั้งลาออกจากตำแหน่งอื่นๆ ที่เป็นลักษณะต้องห้ามได้ดำเนินการให้เรียบร้อย และให้ถอนรายชื่อของผู้ที่ได้รับการเสนอแต่งตั้งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 เฉพาะรายนางวิลาวัณย์ ตันวัฒนะพงษ์
3. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ ให้แต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ราย ดังนี้
1. นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง(รองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ)
2. นายพรชัย มุ่งเจริญพร ดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
3. นายณัฎฐพงศ์ วิเชียรวรรณ ดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป
4. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (นางอัญชลี เทพบุตร)
คณะรัฐมนตรีรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 52/2552 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 แก้ไขความในข้อ 4 ของคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 15/2552 ลงวันที่ 15 มกราคม 2552 จาก “4. นางอัญชลี วานิช เทพบุตร ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ)” เป็น “4. นางอัญชลี เทพบุตร ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ)”
5. การแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ในกระทรวงวัฒนธรรม
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ ให้แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง ดังต่อไปนี้
1. นายอภินันท์ โปษยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
2. นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร รองปลัดกระทรวง ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
3. นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
4. นายอารักษ์ สังหิตกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
6. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน)
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ให้แต่งตั้งนายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป
7. แต่งตั้งข้าราชการการเมือง (กระทรวงศึกษาธิการ)
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ให้แต่งตั้งนายมัธยม นิภาเกษม เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป
8. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่างลง
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติเสนอ ให้แต่งตั้งนายประพันธ์ ระลึกมูล เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป
9. การแต่งตั้งประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเสนอ ให้แต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ดังนี้ นายไพรัช ธัชยพงษ์ เป็นประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย นายประสาท สืบค้า นายพิศาล สร้อยธุหร่ำ นายอนันต์ ลี้ตระกูล นายอารี สวัสดี นายชาวันย์ สวัสดิ์-ชูโต และนายประวัติ ภัททกวงศ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป
10. การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการประปานครหลวง
คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ให้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการประปานครหลวง แทนกรรมการฯ ชุดเดิมที่ได้ลาออกทั้งคณะ ดังนี้ พลเอก วิชิต ยาทิพย์ เป็นประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย นายจิตเกษม แสงสิงแก้ว นายวีระพงษ์ ศรีนวกุล นายชำนิ จันทร์ฉาย นายวชิรา จันทร์ชู พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ นายวสันต์ มีวงษ์ นายแสงชัย โชติช่วงชัชวาล นายบัณฑูร สุภัควณิช นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ นายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม นายถาวร พานิชพันธ์ (รองอัยการสูงสุด) และนายมนัส แจ่มเวหา (ผู้แทนกระทรวงการคลัง) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นต้นไป
11. แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (กพบ.)
คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ ทั้ง 3 ข้อ ดังนี้
1. รับทราบสาระสำคัญและความก้าวหน้าการดำเนินงานของประเทศไทยตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค ทั้งนี้ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วยกรอบความร่วมมือหลัก 4 กรอบ ได้แก่ 1) แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion Economic Cooperation Program : GMS) 2) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS) 3) แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle : IMT-GT)และ 4) ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation : BIMSTEC )
2. เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (กพบ.) และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดำเนินการเสนอระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการฯ และสำนักงานคณะกรรมการ กพบ. เพื่อเป็นกลไกที่มีความต่อเนื่องรองรับการดำเนินงานของแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
3. เห็นชอบให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวีระชัย วีระเมธีกุล) ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีประจำแผนงาน IMT-GT (IMT-GT Minister) และรัฐมนตรีประจำแผนงาน GMS (GMS Minister) เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมสุดยอดแผนงาน IMT-GT ครั้งที่ 4 ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมระดับรัฐมนตรี 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 15 ณ จังหวัดเชียงใหม่
องค์ประกอบ คณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (กพบ.) มีดังนี้ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ประธานสภาธุรกิจ ACMECS ประเทศไทย ประธานสภาธุรกิจ GMS ประเทศไทย ประธานสภาธุรกิจภาคใต้ IMT-GT โดยมี เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ
อำนาจหน้าที่ เพื่อกำหนดทิศทาง นโยบาย และยุทธศาสตร์ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการพัฒนาภายในประเทศเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้กรอบความร่วมมือของแผนงาน GMS, ACMECS, IMT-GT และ BIMSTEC ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพ เพื่อความมั่นคงสันติสุข และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค เสนอแนะแนวทางให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินและวิชาการแก่ประเทศเพื่อนบ้านทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และอื่น ๆ เพื่อสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจของประเทศในอนุภูมิภาค พิจารณา กลั่นกรอง และบูรณาการแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป กำกับดูแล และประสานการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง มีเอกภาพ และเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดของแผนงานความร่วมมือในกรอบต่างๆ รวมทั้งให้มีการประเมินผลความสำเร็จของการดำเนินงานภายใต้กรอบต่างๆ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือ คณะทำงาน เพื่อช่วยเหลือ หรือปฏิบัติงานในเรื่องใดได้ตามความเหมาะสม
12. การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง และคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
คณะรัฐมนตรีรับทราบการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง และคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้
องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ คณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง
องค์ประกอบ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยมี อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นกรรมการและเลขานุการ และเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
อำนาจหน้าที่
1. กำหนดและเสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง แผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ วงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ในการรักษาเสถียรภาพราคา ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของคณะกรรมการและค่าบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติตามขั้นตอน
2. เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาและแก้ไขปัญหามันสำปะหลังทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยครอบคลุม การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การผลิตและการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การบริหารสินค้าคงเหลือ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสินค้า และการวิจัยและพัฒนา ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
3. ติดตามและกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายและยุทธศาสตร์ มาตรการ และแผนปฏิบัติการตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และคณะที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางในการบริหารจัดการมันสำปะหลังต่อคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง
5. เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหรือขอเอกสารหลักฐาน โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของทางราชการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการ
6. ดำเนินการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
องค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ คณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
องค์ประกอบ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยมี อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นกรรมการและเลขานุการ และเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
อำนาจหน้าที่
1. กำหนดและเสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ วงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ในการรักษาเสถียรภาพราคา ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของคณะกรรมการ และค่าบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติตามขั้นตอน
2. เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาและแก้ไขปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยครอบคลุม การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การผลิตและการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การบริหารสินค้าคงเหลือ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสินค้า และการวิจัยและพัฒนาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
3. ติดตามและกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายและยุทธศาสตร์ มาตรการ และแผนปฏิบัติการตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และคณะที่ปรึกษา เพื่อดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางในการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
5. เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหรือขอเอกสารหลักฐาน โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของทางราชการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการ
6. ดำเนินการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
13. การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ
คณะรัฐมนตรีรับทราบการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ) ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้
องค์ประกอบ นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร โดยมีเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และผู้อำนวยการองค์การสวนยาง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
อำนาจหน้าที่
1. กำหนดและเสนอมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา แผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์ วงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ในการรักษาเสถียรภาพราคา ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของคณะกรรมการและค่าบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติตามขั้นตอน
2. เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาและแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบและครบวงจร โดยครอบคลุม การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การผลิตและการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า การบริหารสินค้าคงเหลือ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสินค้า และการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งแนวทางการเจรจาของไทยเกี่ยวกับยางพาราระหว่างประเทศต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
3. ติดตามและกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายและยุทธศาสตร์ มาตรการ และแผนปฏิบัติการตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน และคณะที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางในการบริหารจัดการยางพาราต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ
5. เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงหรือขอเอกสารหลักฐาน โดยให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของทางราชการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการ
6. ดำเนินการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 --จบ--