คณะรัฐมนตรีอนุมัติ “ร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2554)” ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เสนอ และให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัยและ ใช้เป็นกรอบทิศทางในการจัดทำและประเมินข้อเสนอการวิจัยของหน่วยงานภาครัฐที่เสนอของบประมาณประจำปี 2554 ต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
1. สรุปร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2554) ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์การวิจัย โดยมีกลยุทธ์การวิจัย 27 กลยุทธ์ และมีแผนงานวิจัย 115 แผนงาน โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อการวิจัยตามยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติระหว่างปีงบประมาณ 2551 — 2554 รวม 96,000 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2553) ตามกรอบวงเงินงบประมาณที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบไว้แล้ว และส่วนที่ 2 เป็นนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2554 ซึ่งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติที่สอดคล้องกับกรอบนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์เร่งด่วนของรัฐบาล ตลอดจนแผนการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 — 2554 ที่มีนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2553) เป็นพื้นฐาน และนำผลจากการประชุมสัมมนาเพื่อระดมความคิดจากทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในการปรับยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติเพื่อขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี มาปรับให้นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2554) มีความครอบคลุมตรงประเด็นของความจำเป็นและศักยภาพของประเทศอย่างแท้จริงมากขึ้น และสามารถนำไปเป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัยเพื่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ โดยกำหนดกรอบงบประมาณเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2554 รวม 27,000 ล้านบาท และสรุปยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2554) ได้ ดังนี้
ยุทธศาสตร์การวิจัยที่ 1 : การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ งบประมาณที่คาดว่าจะใช้เพื่อการวิจัยรวม 31,680 ล้านบาท
ยุทธศาสตร์การวิจัยที่ 2 : การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางสังคม งบประมาณที่คาดว่าจะใช้เพื่อการวิจัยรวม 26,540 ล้านบาท
ยุทธศาสตร์การวิจัยที่ 3 : การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางวิทยาการและทรัพยากรบุคคล งบประมาณที่คาดว่าจะใช้เพื่อการวิจัยรวม 26,410 ล้านบาท
ยุทธศาสตร์การวิจัยที่ 4 : การเสริมสร้างและพัฒนาทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งบประมาณที่คาดว่าจะใช้เพื่อการวิจัยรวม 7,620 ล้านบาท
ยุทธศาสตร์การวิจัยที่ 5 : การบริหารจัดการความรู้ ผลงานวิจัย นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ ทรัพยากร และภูมิปัญญาของประเทศ สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และสาธารณะด้วยยุทธวิธีที่เหมาะสม งบประมาณที่คาดว่าจะใช้เพื่อการวิจัยรวม 3,750 ล้านบาท
2. จาก 5 ยุทธศาสตร์การวิจัยดังกล่าว เมื่อนำมาพิจารณาจัดความสำคัญเป็นกลุ่มเรื่องที่ควรวิจัยเร่งด่วน โดยคำนึงถึงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ความต้องการผลงานวิจัยและความรู้เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา และนำไปสู่การเสริมสร้างและพัฒนาประเทศโดยเร็ว และสามารถตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์เร่งด่วนของรัฐบาล ทำให้สามารถกำหนดเป็นกลุ่มเรื่องที่ควรวิจัยเร่งด่วนรวม 12 กลุ่มเรื่อง (Priority — based Research Areas) รวมเป็นงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ปีละประมาณ 16,800 ล้านบาท ดังนี้
2.1 การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง
2.2 ความมั่นคงของรัฐและการเสริมสร้างธรรมาภิบาล
2.3 การปฏิรูปการศึกษา
2.4 การจัดการน้ำ
2.5 ภาวะโลกร้อนและพลังงานทางเลือก
2.6 การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกและลดการนำเข้า
2.7 การป้องกันโรคและการรักษาสุขภาพ
2.8 การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพ
2.9 เทคโนโลยีใหม่และเทคโนโลยีที่สำคัญเพื่ออุตสาหกรรม
2.10 การบริหารจัดการการท่องเที่ยว
2.11 สังคมผู้สูงอายุ
2.12 ระบบโลจิสติกส์
3. นอกจากนี้ร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติฯ ได้กำหนดตัวชี้วัดเกี่ยวกับการวิจัยที่คาดหวังเมื่อสิ้นปี 2554 ไว้ในเรื่องเกี่ยวกับ งบประมาณแผ่นดินที่จัดสรรให้หน่วยงานภาครัฐ ทำวิจัย ค่าใช้จ่ายทางการวิจัยของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น สัดส่วนการลงทุนการวิจัยในภาคเอกชนต่อภาครัฐ จำนวนบุคลากรทางการวิจัยของประเทศ สิทธิบัตรที่นักวิจัยไทยถือครอง จำนวนผลงานวิจัย ที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการในระดับสากล และผลงานวิจัยต่อยอดเพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสาธารณะ รวมทั้งได้กำหนดเกี่ยวกับการบริหารยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2554) โดยให้ วช. เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับการบริหารยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ การประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านงบประมาณสนับสนุนการวิจัย ตลอดจนการติดตามและประเมินผลการวิจัยของประเทศ
4. วช. ได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่า ร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2554 เป็นเรื่องเร่งด่วน เนื่องจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยจะต้องนำ “นโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2554” ไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการวิจัยและใช้เป็นกรอบในการจัดทำข้อเสนอการวิจัยของ วช. ได้ทันตามปฏิทินของสำนักงบประมาณ ซึ่งกระบวนการพิจารณาข้อเสนอการวิจัยดังกล่าวประจำปีงบประมาณ 2554 ได้กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ส่งข้อเสนอการวิจัยให้ วช. พิจารณาภายในเดือนตุลาคม 2552 นี้ ในขณะเดียวกัน วช. ได้กันเงินงบประมาณประจำปี 2552 เพื่อใช้ในการเผยแพร่ "ร่างนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (พ.ศ. 2551 — 2554)” ดังกล่าว เมื่อผ่านมติคณะรัฐมนตรีแล้ว หากไม่สามารถดำเนินการเผยแพร่ได้ภายในกันยายน 2552 นี้ จะไม่สามารถใช้เงินงบประมาณดังกล่าวได้
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 22 กันยายน 2552 --จบ--