ข้อมูลพื้นฐานประเทศสหรัฐอเมริกา

ข่าวเศรษฐกิจ Friday May 27, 2011 13:56 —กรมส่งเสริมการส่งออก

1. สภาพภูมิประเทศ:

ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ มีทิศเหนือติดต่อกับประเทศคานาดา ทิศใต้ติดต่อกับประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันออกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก และ ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิก สหรัฐอเมริกามขนาดกว้างใหญ่ไพศาล การเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกโดยทางรถยนต์ใช้เวลากว่า 4 วัน สหรัฐฯ มีพื้นที่มากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก รองจากรัสเซีย และ แคนาดา หรือใหญ่กว่าจีนเล็กน้อย สหรัฐฯ มีพื้นที่ 9.36 ล้านตารางกิโลเมตร และ มีพื้นที่อีก 2 ส่วน ตั้งอยู่นอกแผ่นดินใหญ่ คือ รัฐฮาวายตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และ รัฐอล้าสก้าตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศแคนาดา และประกอบไปด้วยดินแดนโพ้นทะเล ได้แก่ อเมริกันซามัว กวม จอห์นสตันอะทอบบ์ หมู่เกาะมิดเวย์ หมู่เกาะนอร์ธเทิร์นมาเรียน่า เปอร์โตริโก หมู่เกาะเวอร์จิน ไอร์แลนด์ รวมทั้งเขตคลองปานามาในส่วนที่สหรัฐฯ เช่าไว้จากประเทศปานามา

ภูมิภาคตอนกลางประเทศเป็นพื้นที่ราบ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาสูง 2 ทิวเขาซึ่งวางแนวตัวจากทิศเหนือลงไปยังทิศใต้ คือ เทือกเขา Rocky Mountain ในด้านทิศตะวันตก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 8 มลรัฐ ตั้งแต่มลรัฐมอนทาน่าลงไปจนถึงมลรัฐอริโซน่า และเทือกเขา Appalechain ในทิศตะวันออก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 7 มลรัฐ ตั้งแต่มลรัฐเพนซิลเวเนียลงไปจนถึงมลรัฐจอร์เจีย ภูมิภาคนี้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิต เกษตรกรรม และ ปศุสัตว์ ที่สำคัญที่สุดของประเทศ

2. สภาพภูมิอากาศ:

ประเทศสหรัฐอเมริกามีขนาดใหญ่ และมีความหลากหลายทางภูมิอากาศ โดยทั่วไปมีสภาพอากาศหนาวเย็นและมีอุณหภูมิต่ำในช่วงฤดูหนาวในเขตตอนเหนือและตอนกลางของประเทศ แต่จะหนาวเย็นมากในมลรัฐอล้าสก้า อากาศจะอบอุ่นในแถบตอนใต้ของประเทศ ในมลรัฐฟลอริด้า มลรัฐ เท็กซัส มลรัฐคาลิฟอร์เนีย และ มลรัฐฮาวาย อากาศค่อนข้างแห้งแล้งในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เช่น ในแถบมลรัฐอริโซน่า มลรัฐนิวเม็กซิโก และสหรัฐฯ มี 4 ฤดูกาล คือ

1) ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม

2) ฤดูร้อน (Summer) ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม

3) ฤดูใบไม้ร่วง (Falls) ระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน

4) ฤดูหนาว (Winter) ระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

3. เมืองหลวง/เมืองสำคัญ/เมืองท่า

3.1 เมืองหลวง: กรุงวอชิงตัน (Washington D.C.: District of Columbia)

3.2 เมืองสำคัญ: New York, Los Angeles, Chicago, Houston, Philadelphia,

Phoenix, San Antonio, San Diego, Dallas และ San Jose

(10 อันดับแรก จัดอันดันตามจำนวนประชากรปี 2553)

3.3 เมืองท่า: New York, Los Angeles, Long Beach, New Orleans, Houston,

Seattle, Miami,

4. การปกครอง

4.1 ระดับประเทศ:

4.1.1 แบบสหพันธรัฐ แบบประชาธิบไตย และมีประธานาธิบดีเป็น ประมุขและเป็นผู้บริหารประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญ

4.1.2 การปกครองแยกอำนาจออกเป็น 3 ฝ่าย ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ คือ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และ ฝ่ายตุลาการ แต่ละฝ่ายมีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน

1) ฝ่ายบริหาร มีประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ได้รับจากการ เลือกตั้งทั่วไป ดำรงตำแหน่งสมัยละ 4 ปี ไม่เกิน 2 สมัย ประธานาธิบดีทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำสนธิสัญญา ตลอดจนเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้พิพากษา เอกอัครราชทูต และ ตำแหน่งต่าง ๆ ของฝ่ายบริหารตั้งแต่ระดับรองรัฐมนตรี และ ผู้ช่วยรัฐมนตรี

2) ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วย 2 สภา คือ

  • วุฒิสภา (Senate) มีวุฒิสมาชิกได้รับการเลือกตั้ง จากมลรัฐ ๆ 2 คน รวมเป็น 100 คน ดำรงตำแหน่ง

สมัยละ 6 ปี โดยสมาชิกจำนวน 1 ใน 3 จะครบวาระทุก 2 ปี

  • สภาผู้แทนราษฎร (Congress) แบ่งตามสัดส่วนของประชากรในมลรัฐ ประชากร 575,000 คนต่อสมาชิก 1

คน มีนวนทั้งสิ้น 435 คน ดำรงตำแหน่งสมัยละ 2 ปี

3) ฝ่ายตุลาการ ประกอบด้วยศาลชั้นต้น ศาลอุทรณ์ และ ศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสูงสุดของประเทศ มีผู้พิพากษาจำนวน 9 คน ดำรงตำแหน่งตลอดชีพ

4.2 การปกครองระดับท้องถิ่น:

4.2.1 ปกครองแบบกระจายอำนาจ แยกเป็นมลรัฐ County, City, Village โดยรัฐบาลมลรัฐ/ท้องถิ่นมีอำนาจ อธิปไตยเป็นของตนเองในด้านการบริหาร นิติบัญญัติ และ ตุลาการ มีกฎหมายกำกับดูแลเป็นของตนเอง โดยอยู่บนพื้นฐานซึ่งไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของประเทศ

4.2.2 รายชื่อมลรัฐ 50 มลรัฐ มีดังนี้

Alabama                    Alaska            Arizona           Arkansas                   California
Colorado                   Connecticut       Delaware          Florida                    Georgia
Hawaii                     Idaho             Illinois          Indiana                    Iowa
Kansas                     Kentucky          Louisiana         Maine                      Maryland
Massachusetts              Michigan          Minnesota         Mississippi                Missouri
Montana                    Nebraska          Nevada            New Hampshire              New Jersey
New Mexico                 New York          North Carolina    North Dakota               Ohio
Oklahoma                   Oregon            Pennsylvania      Rhode Island               South Carolina
South Dakota               Tennessee         Texas             Utah                       Vermont
Virginia                   Washington West   Virginia Wisconsin                             Wyoming
และ 1 District (District of Columbia)

6.  ประชากร/สังคม/วัฒนธรรม

6.1 ประชากร: ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีประชากรประมาณ 310 ล้านคน สืบเชื้อสายมาจากชนชาติต่างๆ ทั่วโลก ประชากรดั้งเดิมของสหรัฐ คือ ชาวอินเดียนแดง กลุ่มชนที่อพยพเข้ามาอาศัยในสหรัฐอเมริการุ่นแรกๆ ได้แก่ ชาวอังฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และ เนเธอร์แลนด์ ประชากรสหรัฐฯ แยกตามกลุ่มชนชาติ ดังนี้ (ตามข้อมูลการสำรวจสำมโนประชากรประจำปี 2010)

               - ผิวขาว                 ร้อยละ  64.7
               - ฮิสแปนิก                ร้อยละ  16.0
               - อเมริกันผิวดำ            ร้อยละ  12.2
               - เอเซีย                 ร้อยละ   4.5
  • เชื้อสายอินเดียนแดง ร้อยละ 0.8
               - อื่นๆ                   ร้อยละ   1.8

6.2 สังคม/วัฒนธรรม: สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีประชากรจากหลากหลายภูมิภาคของโลกมาอาศัยอยู่ร่วมกัน จนทำให้ให้สหรัฐฯ ได้รับสมญานามว่า "Melting Pot" ซึ่งหมายถึงว่า เป็นศูนย์รวมของกลุ่มชมและวัฒนธรรมหลากหลาย ซึ่งทำให้สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมและวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันไป สังคมอเมริกันเป็นสังคมปัจเจกนิยมที่ต่างคนต่างอยู่ และต่างต้องแก่งแย่งแข่งขันกัน ตลอดจนใช้กฎเกณฑ์ตายตัวเป็นสิ่งกำหนดการดำรงอยู่ของคนในสังคม คนอเมริกันเป็นผู้ที่ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ ยึดมั่นสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมเสมอภาค ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความคิดเห็นเป็นเอกเทศ เปิดเผยและตรงไปตรงมา

7. ภาษาราชการ:

สหรัฐฯ ไม่กำหนดภาษาเป็นทางการ (Official Language) แต่ในทางปฏิบัติ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้กันมากที่สุดในประเทศ นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ภาษาสเปนได้รับใช้มากอีกภาษาหนึ่ง

8. เวลา:

8.1 เวลาทำงาน:

8.1.1 เวลาราชการ: วันจันทร์ - วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 - 17.00 และหยุดวันสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการจำนวน 10 วัน

8.1.2 ภาคเอกชน: วันจันทร์ - วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.00 - 18.00 และหยุดในวันสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการที่สำคัญซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่าส่วนราชการ (8-12 วัน)

8.2 โซนเวลา: ประเทศสหรัฐฯ แบ่งแยกเวลาออกเป็น 4 โซน จะเลื่อนปรับเวลา หรือ Daylight Saving Time (ระหว่างวันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่สองของเดือนมีนาคม - วันอาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายน) ในแต่ละโซน

1) Eastern Standard Time (EST): ในช่วง Daylight Saving Time เวลาประเทศไทยเร็วว่าเขต EST 11 ชั่วโมง และจะปรับเพิ่มเป็นเร็วกว่า 12 ชั่วโมง เมื่อเข้าช่วงเวลาปกติ มลรัฐที่ตั้งในเขตนี้ ได้แก่ Connecticut, Delaware, Florida, Georgia, Indiana, Kentucky, Michigan, Maine, Massachusetts, Maryland, New Jersey, New York, Ohio, New Hampshire, North Carolina, Pennsylvania, Rhode Island, South Carolina, Virginia, West Virginia, Vermont และ Washington D.C.

2) Central Standard Time (CST): เวลาประเทศไทยเร็วว่าเขต CST 12 ชั่วโมง ในช่วง Daylight Saving Time และจะปรับเพิ่มเป็นเร็วกว่า 13 ชั่วโมง เมื่อเข้าช่วงเวลาปกติ มลรัฐที่ตั้งในเขตนี้ ได้แก่ Alabama, Arkansas, Illinois, Iowa, Kansas, Louisiana, Mississippi, Minnesota, Missouri, Nebraska, North Dakota, Oklahoma, South Dakota, Tennessee, Texas และ Wisconsin

3) Mountain Standard Time (MST): เวลาประเทศไทยเร็วว่าเขต MST 13 ชั่วโมง ในช่วง Daylight Saving Time และจะปรับเพิ่มเป็นเร็วกว่า 14 ชั่วโมง เมื่อเข้าช่วงเวลาปกติ มลรัฐที่ตั้งในเขตนี้ ได้แก่ Arizona, Colorado, Idaho, Montana, New Mexico, Utah และ Wyoming

4) Pacific Standard Time (PST): เวลาประเทศไทยเร็วว่าเขต MST 14 ชั่วโมง ในช่วง Daylight Saving Time และจะปรับเพิ่มเป็นเร็วกว่า 15 ชั่วโมง เมื่อเข้าช่วงเวลาปกติ มลรัฐที่ตั้อยู่ในเขตนี้ได้แก่ California, Nevada, Portland และ Washington

อนึ่ง ในช่วง Daylight Saving Time เวลาประเทศไทยเร็วกว่ารัฐอล้าสก้า 15 ชั่วโมง และ เร็วกว่ารัฐฮาวาย 17 ชั่วโมง และบวกเพิ่มอีก 1 ชั่วโมงในเวลาปกติ

9. วันหยุดนักขัตฤกษ์ : วันหยุดราชการที่สำคัญมี 10 วัน คือ
                   -  New Year's Day                  1 มกราคม
  • Martin Luther King Jr. day วันจันทร์ของสัปดาห์ที่สามเดือนมกราคม
                   -  Washington 's Birthday          วันจันทร์ของสัปดาห์ที่สามเดือนกุมภาพันธ์
                   -  Memorial Day                    วันจันทร์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม
                   -  Independence                    4 กรกฏคม
                   -  Labor Day                       วันจันทร์แรกของเดือนกันยายน
                   -  Columbus Day                    วันจันทร์ของสัปดาห์ที่สองเดือนตุลาคม
                   -  Veteran's Day                   11 พฤศจิกายน
                   -  Thankgiving Day                 วันพฤหัสบดีในสัปดาห์สุดข้ายของเดอนพฤษภาคม
                   -  Christmas Day                   25 ธันวาคม

อนึ่ง ภาคเอกชนอาจจะเพิ่มวันหยุดอีก 2-3 วัน คือ วันหลัง Thankgiving ซึ่งมักจะเรียกกันว่า Black Friday และวัน Christmas Eve ซึ่งตรงกับวันที่ 24 ธันวาคม และ วันสิ้นปี (New Year Eve)

10. ระบบการเงิน:

สหรัฐฯ ใช้เงินสกุลดอลล่าร์ (US$) แยกออกเป็น 2 แบบ คือ เหรียญ (Coin) ได้แก่ เหรียญเซนต์ (Cent) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เหรียญเพนนี (Penny) เหรียญนิคเกิ้ล (Nickel) เหรียญไดม์ (Dime) เหรียญควอเตอร์ (Quarter) เหรียญฮาล์ฟดอลล่าร์ (Half Dollar) และ ธนบัตร ซึ่งแยกเป็น $1, $5, $10, $20, $50 และ $100 และมีการเทียบค่า ดังนี้

 1 ดอลล่าร์    =      100 เซนต์ / 20 นิคเกิ้ล / 10 ไดม์ / 4 ควอเตอร์
1 ควอเตอร์   =      25 เซนต์ / 5 นิคเกิ้ล
 1 ไดม์       =      10 เซนต์ / 2 นิคเกิ้ล
 1 นิคเกิ้ล     =      5 เซนต์

11.เส้นทางคมนาคม

การคมนาคมทางบกและทางอากาศเป็นระบบการเคลื่อนย้ายผู้คนและสินค้าที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ ในขณะที่การคมนาคมทางน้ำจะเน้นด้านการขนส่งสินค้าเกษตรกรรมเป็นหลัก สหรัฐฯ มีระบบถนนที่มีความยาวมากที่สุดในโลก หรือกว่า 6.5 ล้านกิโลเมตร การคมนาคมโดยรถยนต์จึงเป็นทางเลือกของการเดินทางที่สะดวกและใช้มากที่สุดในสหรัฐฯ ในปัจจุบัน มีเส้นทางหลวงหลัก (Interstate Highway) และทางหลวงระดับรอง (State Highway) เชื่อมโยงทุกมลรัฐ มีถนนหนทางเข้าทุกชุมชนและหมู่บ้าน การคมนาคมโดยรถไฟซึ่งมีเส้นทางยาวกว่า 226,427 กิโลเมตร เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของการเดินทางในสหรัฐฯ เนื่องจาก มีความสะดวก ปลอดภัย และ ประหยัด การคมนาคมทางอากาศได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับที่สองรองจากการเดินทางโดยรถยนต์ มีผู้ประกอบการให้บริการด้านการบินมากว่า 300 ราย และ มีสนามบินจำนวน 15,079 แห่งทั่วประเทศ

12.การธนาคาร:

ระบบธนาคารเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของสหรัฐฯ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ธนาคารในสหรัฐฯ มีทั้งธนาคารแบบมีสาขาทั่วประเทศ เช่น Citi Bank, Bank of America ธนาคารมีสาขาเฉพาะในมลรัฐ หรือ ภายในเมือง และ ธนาคารแบบไม่มีสาขา หรือเป็นธนาคารท้องถิ่น ซึ่งมีจำนวนมากในสหรัฐฯ และ มีข้อจำกัดในด้านการให้บริการระหว่างประเทศ

ปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศ และ อินเตอร์เนท ถูกนำมามาช่วยให้บริการด้านการเงินและการธนาคาสะดวกและรวดเร็วในการทำธุรกรรมต่างๆ ของผู้บริโภค เครื่อง ATM: Automate Teller Machine ของธนาคาร พบหาได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต สถานีบริการน้ำมัน และ ศูนย์การค้า ให้บริการ 24 ชั่วโมง โดยทั่วไป ธนาคารเปิดให้บริการระหว่างเวลา 09.00 น. - 16.00 น. บางแห่งเปิดถึง 18.00 น. ระหว่างวันจันทร์ - วันศุกร์ และ เปิดให้บริการระหว่าง 09.00 น. - 12.00 น. ในวันเสาร์ ปิดการให้บริการในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

13. หน่วยงานติดต่อสำคัญ

13.1 หน่วยราชการไทยในสหรัฐฯ

            1)  สถานทูตไทย                           www.thaiembdc.org
            2)  สถานกงสุลใหญ่                         ดู Link จากสถานทูตไทย
            3)  สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ             http://oca.thaiembdc.org

4) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ www.ThaiTradeUSA.com

www.thaitrade.com

            5)  สำนักงานส่งเสริมการลงทุน                www.boi.go.th
            6)  สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว             www.tat.or.th

13.2 หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ

            1)  กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ             www.dhs.gov
            2)  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ        www.uscis.gov
            3)  สำนักงานอาหารและยา                   www.fda.gov
            4)  กระทรวงพาณิชย์                        www.commerce.gov
            5)  กระทรวงเกษตร                        www.usda.gov

6) สำนักงานศุลกากรและการป้องกันพรมแดน www.cbp.gov

            7)  สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม               www.epa.gov
            8)  สำนักงานส่งเสริมการลงทุน                www.investamerica.gov

9) สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาและเครื่องหมายการค้า www.uspto.gov

           10)  สำนักงานสถิติและสำมะโนประชากร          www.census.gov
           11)  สำนักงานผู้แทนการค้า                    www.ustr.gov
           12)  กระทรวงแรงงาน                       www.dol.gov
           13)  ทำเนียบขาว                           www.whitehouse.gov
           14)  วุฒิสภาสหรัฐฯ                          www.senate.gov
           15)  สภาผู้แทนสหรัฐฯ                        www.house.gov
           16)  กระทรวงการต่างประเทศ                 www.state.gov

17) Consumer Products Safety Commission www.cpsc.gov

           18)  Federal Trade Commission            www.ftc.gov

13.3  สมาคมการค้า

1) American National Standard Institute www.ansi.org

2) Automotive Aftermarket Industry Association www.aftermarket.org

           3)  Food Marketing Institute                 www.fmi.org

4) International Housewares Association www.housewares.org

           5)  National Restaurant Association          www.restaurant.org
           6)  National Fisheries Institute             www.nfi.org
           7)  Organic Trade Association                www.ota.org

8) National Of Association of Manufacturers www.nam.org

           9)  Society of Automotive Engineering        www.sae.org
          10)  United State Chamber of Commerce         www.uschamber.com

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครชิคาโก

ที่มา: http://www.depthai.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ