กลุ่มประเทศ GCC พิจารณารับประเทศจอร์แดน และโมรอคโค เป็นสมาชิกเพิ่ม

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday July 5, 2011 10:47 —กรมส่งเสริมการส่งออก

กลุ่มประเทศ GCC (the Cooperation Council for the Arab States of the Gulf) มีการพิจารณาเชิญประเทศจอร์แดน และโมรอคโค เข้าร่วมเป็นประเทศสมาชิก การเข้าร่วมของประเทศทั้งสอง จะมีผลให้กลุ่ม GCC มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจมีความหลากหลายยิ่งขึ้น

GCC ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2524 (1981) ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศในคาบสมุทรอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรต บาห์เรน คูเวต โอมาน และกาตาร์ ส่วนประเทศเยเมน ได้สมัครเข้าเป็นเป็นสมาชิก GCC ตั้งแต่ปี 2539 แต่ได้รับความเห็นชอบจากการประชุมสุดยอดของกลุ่มสมาชิก เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2544 ที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน มีมติให้เยเมนเป็นสมาชิกสมทบ

ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการรับสมาชิกใหม่เพิ่มอีก 2 ประเทศ GCC จะรับแบบมีเงื่อนไข หรือรับเป็นสมาชิกแบบเต็มรูปแบบ และจะใช้ระยะเวลาพิจารณานานเพียงใด สมาชิก GCC เดิมทั้งหมด เป็นประเทศที่ร่ำรวยจากการส่งออกน้ำมัน มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง แต่จอร์แดน และโมรอคโค แตกต่างไป ทั้งสองประเทศไม่มีทรัพยากรน้ำมัน จอร์แดนผูกติดค่าเงิน (pegged) กับเงินเหรียญสหรัฐฯ โมรอคโคอิงค่าเงิน (euro-dominated basket) กับเงินยูโร นอกจากนี้โมรอคโคเองมิได้ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากอยู่ในทวีปแอฟริกา ผู้เชี่ยวชาญบางคนให้ความเห็นว่าการรับสมาชิกใหม่นี้ มิได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ แต่อยู่บนพื้นฐานทางด้านการเมือง จอร์แดนและโมรอคโค ปกครองโดยระบบกษัตริย์เช่นเดียวกับ GCC นอกจากนี้จอร์แดน มีความเชี่ยวชาญทางด้านการทหาร หากเกิดปัญหาความไม่สงบในกลุ่มประเทศสมาชิก จอร์แดนสามารถเข้ามาช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่

ไม่ว่าเหตุผลในการรับสมาชิกใหม่จะเป็นด้วยเหตุใด แต่การเพิ่มประเทศสมาชิกจะทำให้ GCC มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นจากเดิม 45 ล้านคน เป็น 82.9 ล้านคน (ตัวเลขปี 2010) Nominal GDP ขยายตัวขึ้นร้อยละ 12.2 จากเดิม 1,075.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,206.70 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ตัวเลขปี 2010) ในภาพรวม GCC ใหม่ น่าจะส่งผลดีต่อการค้าการส่งออกของไทยไปประเทศในกลุ่มนี้ จากระบบภาษีที่มีเอกภาพมากขึ้น ขั้นตอนระเบียบการนำเข้าที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน สินค้าที่นำเข้าจากประเทศไทยสามารถที่จะเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยมีภาระค่าใช้จ่ายในการส่งออกไปประเทศใน GCC ลดลง

ในปี 2553 ประเทศไทยและ GCC มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 25,724.36 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ร้อยละ 6.59 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย) จำแนกเป็นการนำเข้า 19,524.72 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และส่งออก 6,199.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าที่ไทยนำเข้าเกินกว่าร้อยละ 80 คือ น้ำมัน และแก็สธรรมชาติ สินค้าที่ไทยส่งออกไป GCC ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และชิ้นส่วน เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ เหล็กและผลิตภัณฑ์ ตามลำดับ

ปี 2554 (มค.-พค.) ไทยส่งออกไป GCC แล้ว 2,726.28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวถึงร้อยละ 10.61 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สินค้าที่นำเข้ามากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน เคมีภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เครื่องประดับอัญมณี และสินค้าเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และชิ้นส่วน ทั้งนี้ไทยส่งออกไปจอร์แดน และโมรอคโค ทั้งสิ้น 76.04 และ 77.76 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองเจดดาห์

ที่มา: http://www.depthai.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ