รัฐ-เอกชน 26 หน่วยงานเวิร์คช็อปเพิ่มมูลค่าส่งออกไทยไปจีน เชื่อปีนี้จีนยังเติบโตได้สูงถึง 7%

ข่าวเศรษฐกิจ Thursday February 19, 2009 12:31 —กรมส่งเสริมการส่งออก

รัฐ-เอกชน 26 หน่วยงานเวิร์คช็อปเพิ่มมูลค่าส่งออกไทยไปจีน เชื่อปีนี้จีนยังเติบโตได้สูงถึง 7% พร้อมจี้รัฐเร่งสางอุปสรรคการค้าใน 4 สินค้าเกษตรที่มีศักยภาพสูง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีปัจจัยหนุนส่งออก

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.พ. 52 กระทรวงพาณิชย์จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ระดมความเห็นจาก 26 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย เรื่อง “แนวทางการเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดจีน”โดยมีนายวีระชัย วีระเมธีกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา 4 สินค้า เกษตรสำคัญที่ส่งออกยังประเทศจีน โดยรัฐบาลจะนำข้อเสนอที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการผลักดันส่งออกและเป็นแนวทางในการเจรจาในเวทีการค้าระหว่างไทยและจีนที่จะมีขึ้นอีกหลายครั้งในอนาคตอันใกล้

นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวถึงภาพรวมการส่งออกของไทยว่า โครงสร้างตลาดส่งออกของไทยไปจีนมีสัดส่วน 9.1% ของการการส่งออกไทยทั้งประเทศ หรือ มีมูลค่า 16,191 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของตลาดทั่วโลกมีความต้องการสินค้าลดลง ผู้ซื้อขาดสภาพคล่องและราคาสินค้าโดยเฉลี่ยชะลอตัวลง ในขณะที่ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตลาดหลักและตลาดใหม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอัดฉีดเงินเข้าระบบทำให้การส่งออกไทยยังสามารถขับเคลื่อนไปได้ จะทำให้การส่งออกปีนี้จากไทยไปตลาดจีนสามารถเติบโตได้ 7% หรือมีมูลค่า 17,324 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าส่งออกจากไทยไปจีนที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ คอมพิวเตอร์ ยางพารา น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ คิดเป็นสัดส่วนรวม 60% หรือมีมูลค่า 9,837 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การนำเข้าสินค้าสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องจักรกล และเหล็ก เหล็กกล้า คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% หรือมีมูลค่า 10,009 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับสินค้าเกษตร 4 รายการสำคัญที่ไทยส่งออกไปจีน ได้แก่ ยางพารามีการส่งออกจากไทยไปจีนมีมูลค่า 2,083 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นปริมาณ 836,167 ตัน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ที่จีนนำเข้ายางพาราจากทั่วโลก การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนมีมูลค่า 305 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นปริมาณ 507,477 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 29% ที่จีนนำเข้าผลไม้จากทั่วโลก

สินค้าข้าวส่งออกจากไทยไปจีนมีมูลค่า 180 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นปริมาณ 286,397 ล้านเหรียญสหรัฐ ครองส่วนแบ่งการตลาด 97% ที่จีนนำเข้าข้าวจากทั่วโลก และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังส่งออกมูลค่า 367 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นปริมาณ 1.54 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วน 63% ที่จีนนำเข้ามันสำปะหลังจากทั่วโลก

“ในภาพรวมข้อเสนอแนะที่เอกชนต้องการให้ภาครัฐดำเนินการ ได้แก่ การเจรจาจัดระบบภาษีนำเข้าให้เป็นระบบและมีมาตรฐาน เจรจาลดภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าผลไม้ เจรจาลดภาษีนำเข้ายางพาราเหลือ 0% เจรจาให้จีนออกใบอนุญาตนำเข้าที่ด่านผิงเสียง เพิ่มตู้ขนส่ง/เที่ยวเดินเรือผลไม้ในช่วงที่ผลผลิตออกมาก รวมถึงการจัดคณะผู้แทนการค้าเจาะตลาดและเพิ่มการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรทั้ง 4 ชนิดให้มากขึ้น เป็นต้น”นายราเชนทร์ กล่าว

ในปี 2552 กระทรวงพาณิชย์มีแผนการส่งเสริมการส่งออกไปตลาดจีนกว่า 45 โครงการ แบ่งเป็นโครงการส่งเสริมการขายสินค้าไทยในห้าง 12 โครงการ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า 6 งาน การจัดงานเมดอินไทยแลนด์เอ็กซิบิชั่น 6 โครงการ โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และจัดทำข้อมูล 6 โครงการ รวมทั้งการจัดคณะผู้แทนการค้าในสินค้าเกษตร อาหาร เฟอร์นิจอร์ ของใช้ในบ้านและธุรกิจบริการ เช่น การศึกษา สปาและร้านอาหารไทย ไปเจรจาการค้ากับนักธุรกิจีน ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์มีสำนักงานในจีน 6 แห่ง คือ ปักกิ่ง เซี้ยงไฮ้ กวางโจว เซียหมิน เฉินตู คุณหมิงและกำลังจะเปิดในเร็วๆ นี้ คือ เมืองหนานหนิงและซีอาน

ที่มา: http://www.depthai.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ