เมืองหลวง : Washington , DC พื้นที่ : 9,161,923 ตารางกิโลเมตร ภาษาราชการ : English ประชากร : 301.6 ล้านคน (1 ก.ค. 2550) อัตราแลกเปลี่ยน : US$ : 33.896 บาท (22/06/52) (1) เครื่องชี้วัดเศรษฐกิจ
ปี 2551 ปี 2552
Real GDP growth (%) 1.2 -2.0
Consumer price inflation (av; %) 3.8 -0.6
Budget balance (% of GDP) -3.2 -11.5
Current-account balance (% of GDP) -4.8 -3.5
Commercial banks' prime rate (year-end; %) 2.2 0.3
Exchange rate ฅ:US$ (av) 103.4 93.0
โครงสร้างสินค้าออกของไทยกับสหรัฐอเมริกา
มูลค่า : สัดส่วน % % เพิ่ม/ลด
ล้านเหรียญสหรัฐฯ
สินค้าออกสำคัญทั้งสิ้น 6,003.85 100.00 -27.97
สินค้าเกษตรกรรม 533.83 8.89 -26.03
สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร 730.31 12.16 -3.15
สินค้าอุตสาหกรรม 4,618.61 76.93 -30.77
สินค้าแร่และเชื้อเพลิง 121.09 2.02 -35.60
สินค้าอื่นๆ 0.01 0.0 529,901.75
โครงสร้างสินค้าเข้าของไทยกับสหรัฐอเมริกา
มูลค่า : สัดส่วน % % เพิ่ม/ลด
ล้านเหรียญสหรัฐฯ
นำเข้าทั้งสิ้น 3,094.83 100.00 -33.56
สินค้าเชื้อเพลิง 49.63 1.60 -64.99
สินค้าทุน 1,195.78 38.64 -27.70
สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 1,394.13 45.05 -40.10
สินค้าบริโภค 397.28 12.84 -19.04
สินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง 40.72 1.32 11.02
สินค้าอื่นๆ 17.28 0.56 120.23
1. มูลค่าการค้า
มูลค่าการนำเข้า ส่งออก และดุลการค้าของไทย - สหรัฐอเมริกา
2551 2552 %
(ม.ค.-พค.) ล้านเหรียญสหรัฐฯ
มูลค่าการค้ารวม 12,993.15 9,098.68 -29.97
การส่งออก 8,334.85 6,003.85 -27.97
การนำเข้า 4,658.31 3,094.83 -33.56
ดุลการค้า 3,676.54 2,909.02 -20.88
2. การนำเข้า
สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดนำเข้า อันดับที่ 3 ของไทย มูลค่า 3,094.83 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 33.56
สินค้านำเข้าสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่
มูลค่า : สัดส่วน % % เพิ่ม/ลด
ล้านเหรียญสหรัฐฯ
มูลค่าการนำเข้ารวม 3,094.83 100.00 -33.56
1.เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 404.14 13.06 -5.67
2.แผงวงจรไฟฟ้า 300.89 9.72 -40.44
3.เคมีภัณฑ์ 255.89 8.27 -43.20
4.เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ 248.21 8.02 4.52
5.เครื่องคอมพิวเตอร์ 220.28 7.12 -45.52
อื่น ๆ 351.88 100.00 -26.31
3. การส่งออก
สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออก อันดับที่ 1 ของไทยมูลค่า 6,003.85 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 27.97
สินค้าส่งออกสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่
มูลค่า : สัดส่วน % % เพิ่ม/ลด
ล้านเหรียญสหรัฐฯ
มูลค่าการส่งออกรวม 6,003.85 100.00 -27.97
1.เครื่องคอมพิวเตอร์ 1,042.33 17.36 -30.07
2.เสื้อผ้าสำเร็จรูป 418.60 6.97 -29.58
3.อาหารทะเลกระป๋อง 386.75 6.44 -3.59
4.ผลิตภัณฑ์ยาง 312.03 5.20 -16.62
5.อัญมณีและเครื่องประดับ 274.39 4.57 -39.15
อื่น ๆ 1,176.92 19.60 -32.22
4. ข้อสังเกต
4.1 สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปสหรัฐอเมริกา ปี 2552 (มค.-พค.) ได้แก่
เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ : สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 2 ของไทยรองจากจีนและเมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกปี 2548 — 2552 พบว่า ปี 2552 (มค.- พค.) เป็นครั้งแรกที่มีอัตราการขยายตัวลดลง 30.07 ในขณะที่ปี 2549 2550 2551 มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องร้อยละ 44.83 17.40 และ 1.13 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลา เดียวกันของปีก่อน
เสื้อผ้าสำเร็จรูป : สหรัฐอเมริกา เป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 1 ของไทยและเมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกปี 2548 — 2552 (มค.- พค.) พบว่ามีอัตราการขยายตัวลดลงอย่างต่อเนื่องร้อยละ 2.26 5.81 8.09 และ 29.58 ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
อาหารทะเลกระป๋องฯ : สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 1 ของไทยและเมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกปี 2548 - 2552 พบว่า ปี 2550 และ ปี 2552(มค.- พค.)ที่มีอัตราการขยายตัวลดลงร้อยละ 6.04 และ 3.59 ในขณะที่ปี 2549 2551 มีอัตราขยายตัว เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.25 และ 14.18 ตามลำดับ เมื่อเทียบ กับช่วงเวลา เดียวกันของปีก่อน
ผลิตภัณฑ์ยาง : สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 1 ของไทยและเมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกปี 2548 - 2552 พบว่า ปี 2552 (มค.- พค.) มีอัตราการขยายตัวลดลงร้อยละ 16.62 ในขณะที่ปี 2549-2551 มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องร้อยละ 23.36 11.87 และ 11.22 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
อัญมณีและเครื่องประดับ : สหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 4 ของไทยและเมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกปี 2548 - 2552 พบว่า ปี 2549 และ ปี 2552(มค.- พค.) ที่มีอัตราการขยายตัวลดลงร้อยละ 1.84 และ 39.15 ในขณะที่ปี 2550 2551 มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.37 และ 4.78 ตามลำดับเมื่อเทียบกับช่วงเวลา เดียวกันของปีก่อน
4.2 ในบรรดาสินค้าส่งออกจากไทยไปสหรัฐอเมริกา ปี 2552(ม.ค.-พค.) 25 รายการแรก
สินค้าที่มีอัตราเพิ่มสูงโดยสูง มีรวม 2 รายการ คือ
อันดับที่ / รายการ มูลค่า อัตราการขยายตัว หมายเหตุ
ล้านเหรียญสหรัฐ %
9. กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง 180.14 1.66
14.รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ 89.46 26.05
4.3 ในบรรดาสินค้าส่งออกจากไทยไปสหรัฐอเมริกา ปี 2552 (ม.ค.-พค.) 25 รายการแรก
สินค้าที่มีอัตราลดลง รวม 23 รายการ คือ
อันดับที่ / รายการ มูลค่า อัตราการขยายตัว
ล้านเหรียญสหรัฐ %
1.เครื่องคอมพิวเตอร์ 1,042.33 -30.07
2.เสื้อผ้าสำเร็จรูป 418.60 -29.58
3.อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 386.75 -3.59
4.ผลิตภัณฑ์ยาง 312.03 -16.62
5.อัญมณีและเครื่องประดับ 274.39 -39.15
6.เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ 265.19 -24.82
7.แผงวงจรไฟฟ้า 202.15 -36.79
9.ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 182.17 -7.33
10.เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ 158.39 -43.41
11.ข้าว 151.63 -11.68
12.น้ำมันดิบ 120.43 -35.50
13.เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ 114.42 -5.97
14.ยางพารา 103.50 -60.20
15.ส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์ฯ 102.89 -31.17
16.เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 102.20 -42.98
17.เครื่องโทรศัพท์ เครื่องตอบรับโทรศัพท์ 94.51 -18.36
18.ผลิตภัณฑ์พลาสติก 89.89 -36.77
20.เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 83.00 -23.28
21.เลนซ์ 79.36 -11.59
22.เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน 75.00 -24.68
23.เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารในครัว 72.30 -21.12
24.รองเท้าและชิ้นส่วน 65.68 -35.86
25.เครื่องยกทรง รัดทรง และส่วนประกอบ 60.52 -15.68
4.4 ข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัท พี.เค.ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด นำเข้าสินค้ากลุ่มอาหารจากประเทศไทยไปจำหน่ายในสหรัฐ และปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ (HTA) ประจำนครลอสแองเจลิส กล่าวว่า วิกฤติเศรษฐกิจทำให้พฤติกรรมการบริโภคสินค้าเปลี่ยนไป แต่บริษัทฯที่เน้นนำเข้าสินค้าไปตลาดกลุ่มดิสเคาท์สโตร์ เช่น วอล-มาร์ท มียอดจำหน่ายมากขึ้น หลังจากที่ผู้บริโภคจะลดการเดินซื้อสินค้าในดีพาร์ทเมนท์สโตร์ นอกจากนี้บริษัทเน้นการทำตลาด ผ่านการประมูลการจัดส่งสินค้าจำหน่ายให้เรือนจำในสหรัฐ ที่มีจำนวน 2.5 พันแห่งทั่วประเทศ เพราะเป็นกลุ่มตลาดที่มีกำลังซื้อและมีงบประมาณการซื้อ ทั้งในส่วนเรือนจำและผู้ต้องขังเอง โดยสินค้าที่มีโอกาสสูง ได้แก่ อาหารกระป๋องแปรรูป ทั้ง ทูน่าและกุ้งแปรรูปและแช่แข็ง เนื่องจากสินค้าดังกล่าวในตลาดสหรัฐเป็นกลุ่มที่มีราคาถูก
กระทรวงสาธารณสุขของประเทศสหรัฐ (US Food and Drug Administration) หรือ USFDA เห็นชอบให้กรมประมงเป็นบุคคลที่สาม (Third Party) ในการกำกับดูแลความปลอดภัยสินค้าประมงส่งออก ภายใต้โครงการนำร่องการตรวจสอบสินค้ากุ้งจากการเพาะเลี้ยง โดยวันที่ 2-3 มิ.ย. ที่ผ่านมา USFDA ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการมาตรวจประเมินกรมประมง ซึ่ง USFDA พึงพอใจและชื่นชมกรมประมง ที่มีการจัดเอกสารระบบการควบคุม ความปลอดภัยสินค้าประมงและระบบการควบคุมมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่สมบูรณ์ และได้มาตรฐานตามหลักสากล นอกจากนี้ในเดือน ส.ค.นี้ USFDA ยังจะตรวจประเมินศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้กำกับดูแลมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งและเจ้าหน้าที่ผู้กำกับดูแลโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้มีบริษัทแปรรูปสินค้ากุ้งที่ส่งออกในตลาดสหรัฐ สนใจเข้าร่วมโครงการ รวม 53 บริษัท หากผลการตรวจประเมินศักยภาพเจ้าหน้าที่ครั้งนี้แล้วเสร็จ USFDA จะนำผลการตรวจสอบมาจัดระบบ เพื่อประกาศรับรองและมอบหมายให้เป็นบุคคลที่สามในการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของสินค้ากุ้งจากการเพาะเลี้ยงแทน USFDA โดยกรมประมงจะเป็นหน่วยงานภาครัฐเพียงหน่วยงานเดียวในภูมิภาคนี้ ที่ได้รับการมอบหมายให้เป็นบุคคลที่สาม ที่ทำหน้าที่ตรวจรับรองสินค้ากุ้งทะเลจากการเพาะเลี้ยงเพื่อส่งออกในตลาดสหรัฐ
จากการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ถือว่าน่ากลัวกว่าไข้หวัดนก เพราะเป็นการระบาดจากคนสู่คน ไม่ใช่การระบาดจากสัตว์สู่คนซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้ ทำให้มีความวิตกกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจหากยังไม่สามารถควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากไทยสามารถใช้วิกฤตเป็นโอกาส โดยการผลักดันการส่งออกอาหารเพิ่มขึ้นด้วยการสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเลี้ยงที่ได้มาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก จากสถานการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นโอกาสให้การส่งออกอาหารของไทยบางชนิดเพิ่มขึ้น คือ สุกรปรุงสุก, ไก่ปรุงสุกและอาหารทะเล และเนื้อสุกรแช่แข็ง ในส่วนของตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลักของการส่งออกกุ้งไทย หากความต้องการเนื้อสุกรลดลง มีความเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะหันมาบริโภคกุ้งและปลาทูน่ากระป๋องแทน เนื่องจากเป็นอาหารทะเลที่มีความปลอดภัยที่สุดในขณะนี้ รวมทั้งตลาดสหรัฐฯ ให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพกุ้งไทยไว้สูงมาก การขยายตลาดกุ้งในช่วงนี้จึงมีความเป็นไปได้สูง ในขณะที่เนื้อสุกรแช่แข็ง แม้ว่าฮ่องกงจะเป็นตลาดการส่งออกเนื้อสุกรแช่แข็งอันดับหนึ่งของไทย แต่เมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดเนื้อสุกรแช่แข็งของไทยในฮ่องกง พบว่าไทยมีส่วนแบ่งตลาดน้อยมากเพียงร้อยละ 2 เท่านั้น โดยแหล่งนำเข้าเนื้อสุกรแช่แข็งที่สำคัญของฮ่องกง คือ บราซิล ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งร้อยละ 28 ของมูลค่าการนำเข้าเนื้อสุกรแช่แข็งทั้งหมด รองลงมาเป็นจีน และสหรัฐฯ มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 26 และ 16 ตามลำดับ
ที่มา: http://www.depthai.go.th