1.1 รัฐบาลอิตาลีมีการกาหนดราคาแทรกแซงสาหรับข้าวเปลือก ในราคาต้นละ 150 ยูโร
1.2 มีระบบโควต้าซึ่งกาหนดโดย EU 327/98 ตั้งแต่ปี 2554 ดังนี้
2.1 อิตาลีเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่อันดับ 1 โดยมีผลผลิตเฉลี่ยปีละกว่า 1 ล้านตันและหลากหลายชนิด เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศและยังเหลือส่งออกในกลุ่มประเทศโดยยุโรปอีกด้วย
2.2 คนอิตาลีจะนิยมบริโภคข้าวที่เพาะปลูกในประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวเมล็ดกลมและเหมาะสมกับการปรุงอาหารของชาวอิตาเลียนมากกว่าข้าวเม็ลดยาวซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวนาเข้า
2.3 ความต้องการข้าวไทยยังไม่มีความแน่นอน ขึ้นอยู่กับความต้องการของกลุ่มชาวเอเชียที่อาศัยอยู่ในอิตาลี เช่น ไทย จีน ฟิลิปปินส์ (ข้อมูลจากระทรวงแรงงานอิตาลีมีคนไทยอาศัยอยู่ในอิตาลี 4,388 คน) และความต้องการของธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร้านอาหารไทย อุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจจัดเลี้ยง เป็นต้น
2.4 มีระบบโควต้าทาให้ข้าวที่นาเข้าจนเกินโควต้าถูกเรียกเก็บภาษีนาเข้าในอัตราที่สูงจนไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้
อิตาลีเป็นประเทศผู้ผลิตข้าวใหญ่อันดับ 1 ของสหภาพยุโรป (รองลงมาคือ สเปน โปรตุเกส)
3.1 พื้นที่ (ข้อมูลล่าสุดของปี 2552) 238,435 เฮคเตอร์ โดยแหล่งผลิตส่วนใหญ่อยูในเขตภาคเหนือได้แก่ แคว้นปอมอนเต้ และลอมบาร์เดีย (เมืองปาเวีย, เวอร์เชลลี เป็นต้น)
3.2 ผลผลิต 1,644,135 ตัน ชนิดข้าวที่ผลิตได้มีมากกว่า 30 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นข้าวเมล็ดกลมคล้าย Japonica ได้แก่ l’Arborio, Carnaroli, Vialone Nano, Originario, Ribe, Baldo, Venere (พันธ์ข้าวสีดา),Thaibonnet,Sant’Andrea ฤดูกาลปลูกระหว่างเดือนเม.ย. — ต.ค.
4.1 ประเภทข้าว ข้าวที่อิตาลีนิยมรับประทานและกลุ่มภัตตาคารจีนส่วนใหญ่นิยมบริโภคจะเป็นข้าวเมล็ดสั้นพื้นเมือง ได้แก่ l’Arborio, Carnaroli และ Vialone Nano ส่วนข้าวขาวเมล็ดยาวยังไม่เป็นที่นิยมบริโภคแพร่หลายและเป็นข้าวนาเข้าโดยปริมาณการบริโภคค่อนข้างคงที่ตลอดช่วง 20 ปี ในขณะที่ข้าวนึ่งมีปริมาณการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
4.2 ปริมาณ ร้อยละ 75 ของการผลิตใช้ในการบริโภคภายในประเทศ ส่วนที่เหลือส่งออกไปประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปและใกล้เคียง
4.3 รสนิยมในการบริโภค
- ชาวอิตาลีผู้ชายบริโภคข้าวมากกว่าผู้หญิงโดยมีอายุระหว่าง 25 -44 ปี ลักษณะการบริโภคแยกตามประเภทข้าว เช่น ข้าวเมล็ดสั้น นิยมทานเป็นซุปและเค็ก ข้าวเมล็ดขนาดกลางนิยมใช้ทา timballi, sartu และ typical risotti ข้าวเมล็ดยาวจะนิยมใช้ทา risotti ข้าวนึ่งนิยมใส่ในสลัดรวมกับผัก
- กลุ่มผู้บริโภคข้าวไทยในอิตาลี ได้แก่ ร้านอาหารไทยและเอเชียที่มีเมนูอาหารไทยกลุ่มคนไทยและคนเอเชียที่อาศัยอยู่ในอิตาลี เช้น ฟิลิปปินส์ จีน เวียดนาม บังคลาเทศ และปากีสถานเป็นต้น และกลุ่มชาวอิตาลีสมัยใหม่ที่นิยมทาอาหารต่างชาติรวมทั้งอาหารไทยรับประทานเอง
- นำข้าโดยผู้นาเข้าสินค้าเฉพาะด้าน เช่นอาหาร Oriental food /Asia Supermarket ซึ่งบางรายนาเข้าจากผู้นาเข้ารายใหญ่ในประเทศอื่น เช่นฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ โดยบรรจุอยู่ในถุงขนาดต่างๆตั้งแต่ 250 กรัมจนถึง 25 กิโลกรัม
- ผู้ค้าปลีก Hypermarket / Supermarket
- ผู้ดาเนินธุรกิจเกี่ยวกับข้าว/ผู้ผลิตอาหาร ซึ่งนาข้าวไทยมาดัดแปลงผสมแปรรูปเพื่อผลิตเป็นสินค้าอื่นๆ เช่นข้าวบรรจุกล่อง อาหารสาเร็จรูป อาหารเด็ก เป็นต้น
- อุตสาหกรรมผู้ผลิตอาหารสัตว์
- ธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจรับจัดเลี้ยง บริษัทรับสั่งสินค้าเพื่อป้อนครัวและร้านอาหาร/ภัตตาคาร ร้านขายของชาของคนต่างชาติ เช่นจีน
6.1 การนเข้า
6.1.1 ปริมาณ อิตาลีนาเข้าข้าวจากทั่วโลกเฉลี่ยปีละกว่า 160,000 ตัน โดยในปี 2552(ม.ค.—ต.ค.) นาเข้าทั้งสิ้น 124,840 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน -30.26% ชนิดข้าวที่อิตาลีนาเข้าได้แก่ ข้าวขาว 21% ,ข้าวกล้อง 32% ,ข้าวหัก 19% ,ข้าวเปลือก 28% การนาเข้าจากไทย ปริมาณการนาเข้าเฉลี่ยปีละ 34,000 ตัน เป็นอันดับ 1โดยในปี 2552(ม.ค.—ต.ค.) นาเข้าทั้งสิ้น 30,994 ตันลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน -23.47% (ชนิดข้าวที่นาเข้าได้แก่ ข้าวขาว 26% ,ข้าวกล้อง 28% และ ข้าวหัก 46% )
6.1.2 มูลค่า อิตาลีนาเข้าจากทั่วโลกมูลค่าเฉลี่ยปีละกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2552 (ม.ค.—ต.ค.) นาเข้าทั้งสิ้น 91.59 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน -42.95%
6.1.3 การนาเข้าจากไทย มูลค่าเฉลี่ยปีละ 21 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2552 (ม.ค.—ต.ค.) นาเข้าทั้งสิ้นมูลค่า 20.46 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ครองตลาดเป็นอันดับ 1 สัดส่วนการนาเข้า 22% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน -35%
ประเทศคู่แข่งสาคัญของไทย ได้แก่ อินเดีย (อันดับ 2 สัดส่วนการนาเข้า 21%) ,ฝรั่งเศส (อันดับ 3สัดส่วนการนาเข้า 12%) ,ปากีสถาน(อันดับ 4 สัดส่วนการนาเข้า 7%) , เวียดนาม(อันดับ 8 สัดส่วนการนาเข้า 4%) , บังกลาเทศ (อันดับ 10 สัดส่วนการนาเข้า 3%)
สำนักส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโรม
ที่มา: http://www.depthai.go.th