หลังจากเข้ารับตำแหน่งได้ 2 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2553 นายกรัฐมนตรีฮังการี Mr. Viktor Orban ได้ประกาศแผนปฏิบัติการที่จะควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณให้รัดกุมขึ้น เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งการนำแผนปฏิบัติการนี้มาใช้ สืบเนื่องมาจากความกังวลว่าสถานการณ์การเงินของประเทศจะเป็นเหมือนวิกฤติการเงินของประเทศกรีซ ทั้งนี้ นาย Lajos Kosa นายกเทศมนตรีเมือง Debrecen ซึ่งเป็นรองผู้นำพรรค และ นาย Peter Szijjarto ได้กล่าวว่าฮังการีมีโอกาสที่รอดพ้นจากวิกฤติการเงินเหมือนกรีซได้น้อยมาก จึงจำเป็นต้องจัดระบบการจัดเก็บภาษีและการใช้จ่ายเงินงบประมาณของประเทศใหม่ ถึงแม้ว่าคณะกรรมาธิการทางด้านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปและ IMF กล่าวว่าสถานการณ์การเงินของฮังการีไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับกรีซก็ตาม นอกจากนี้ รัฐบาลชุดนี้พบว่ารัฐบาลชุดที่แล้วได้ปิดบังการใช้จ่ายเงินบางรายการ ซึ่งทำให้สถานการณ์การเงินของประเทศไม่โปร่งใส และจากการปิดบังงบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลชุดที่แล้วนี้ทำให้รัฐบาลชุดใหม่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของสหภาพยุโรปและ IMF ที่จะลดการขาดดุลงบประมาณในอัตราร้อยละ 3.8 โดยที่การขาดดุลงบประมาณอาจจะสูงถึงร้อยละ 7.5
- ภาษีนิติบุคคลลดลงจากร้อยละ 19 เป็นร้อยละ 10 สำหรับบริษัทที่มีรายได้ต่ำกว่า 500 ล้านโฟรินท์ ต่อปี (ประมาณ 1.8 ล้านยูโร)
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมซึ่งอัตราภาษีสูงขึ้นต่างกันไปตามระดับรายได้ของผู้เสียภาษี จะเปลี่ยนไปเป็นอัตราเดียวกันหมด ที่อัตราร้อยละ 16 แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้มีรายได้มากกว่า 5 ล้านโฟรินท์ต่อปี (17,918 ยูโร) จะต้องจ่ายภาษี อัตราร้อยละ 32
- จะมีการเปลี่ยนแปลงภาษีครอบครัวเสียใหม่ เป็นร้อยละ16 ตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปี สิทธิการลดหย่อนภาษีจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป
- ลดค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารโครงการของรัฐบาลให้เหลือ 1/3 จากค่าใช้จ่ายสำหรับ 51 โครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว เพื่อลดการลงทุนจากภาครัฐ
- ยกเลิกภาษีย่อยๆ 10 รายการ สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อที่จะลดการปล่อยกู้ให้กับผู้ที่จะเปิดกิจการเป็นของตนเอง แต่ยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดจนกว่าจะถึงวันที่ 1 กรกฎาคม
- ปรับโครงสร้างการจ่ายเงินช่วยเหลือของสหภาพยุโรปสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก
- ลดค่าใช้จ่ายในสำนักงานของรัฐ
- ลดเงินเดือนข้าราชการ หรือลูกจ้างรัฐบาลลงร้อยละ15 และจะจำกัดเงินเดือนข้าราชการ รวมถึงผู้ที่ทำงานในธนาคารแห่งชาติฮังการีให้ไม่เกิน สองล้านโฟรินท์ต่อเดือน (ประมาณ 7,100 ยูโร)
- ลดค่าใช้จ่ายสำหรับกรรมการและที่ปรึกษารัฐวิสาหกิจ
- ลดเงินบำรุงพรรคการเมืองลงประมาณร้อยละ 15
- จะมีการจัดเก็บภาษีธนาคารเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยตั้งเป้าที่จะเก็บภาษีประเภทนี้ให้ได้ 200 พันล้านโฟรินท์ (ประมาณ 7.1 พันล้านยูโร) รวมทั้งสถาบันการเงินและบริษัทประกันภัยทุกแห่ง
- ระงับการขึ้นค่าบริการสาธารณูปโภค โดยเจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการรายใหญ่
- เงินสงเคราะห์ครอบครัวจะจ่ายให้ครอบครัวที่มีบุตร/ธิดาไม่เกิน 3 คน แต่จำนวนเงินสงเคราะห์นั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่
- ปรับปรุงระเบียบการควบคุมการทำงานเป็นครั้งคราว
- ระบุให้การกลั่นเครื่องดื่มท้องถิ่นประเภท schnapps ( Palinka ) เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เพื่อซื้อบ้าน/ที่ดินในอนาคต จะใช้สกุลเงินโฟรินท์เท่านั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลชุดใหม่ได้ตั้งเป้าที่จะกำจัดการคอรัปชั่น และจะปรับปรุงระบบภาษีให้ง่ายและสะดวกขึ้น เพื่อให้รายได้ของรัฐบาลจากการจัดเก็บภาษีเพียงพอต่อการใช้จ่ายของแผ่นดิน
สคร. บูดาเปสต์
ที่มา: http://www.depthai.go.th