รมว.พม. ห่วงใยลูกสาวขอความช่วยเหลือนำศพแม่กลับจากเกาหลีใต้ เร่งหน่วยงานประสานช่วยเหลือด่วน

ข่าวทั่วไป Tuesday February 17, 2015 18:18 —สำนักโฆษก

วันนี้ (๑๖ ก.พ.๕๘) เวลา ๐๘.๓๐ น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ศปก.พม.)ครั้งที่ ๑๐๒/๕๗-๕๘ เพื่อรับทราบปัญหาทางสังคมต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และร่วมหาแนวทางการแก้ไขและป้องกันปัญหาดังกล่าว โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานในกระทรวงฯ เข้าร่วมประชุม

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวว่า จากกรณีหญิงอายุ ๒๖ ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ขอความช่วยเหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ใจบุญ ช่วยเหลือนำศพแม่ อายุ ๔๔ ปี ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันที่ประเทศเกาหลีใต้ มาบำเพ็ญกุศลที่ประเทศไทย ตนได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอความร่วมมือช่วยเหลือนำศพแม่ของหญิงดังกล่าวกลับมาประเทศไทย และให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านต่อไป ส่วนอีก ๒ กรณี ที่จังหวัดปทุมธานี ชายชราวัย ๗๖ ปี ที่ป่วยพิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และมีแผลกดทับบริเวณแผ่นหลังจนเน่า เนื่องจากประสบอุบัติเหตุถูกรถชน มีฐานะยากจน หลาน ๒ คนต้องคอยดูแล และที่จังหวัดลำปาง หญิงชราวัย ๘๕ ปี อยู่ในห้องมืดๆคนเดียว เดินไม่ไหว ไม่ค่อยได้อาบน้ำ ตนได้กำชับให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี (พมจ.ปทุมธานี)และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง(พมจลำปาง)ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมทั้งประสานส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือดูแลด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปรับปรุงที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะเหมาะสมกับผู้ป่วยพิการและผู้สูงอายุต่อไป

พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า กรณีเด็กหญิงวัย ๑๗ ปี ถูกหนุ่มเพื่อนบ้านอายุ ๑๙ ปี ข่มขืนกระทำชำเราในตอนกลางวัน ขณะที่แม่ออกไปทำงานรับจ้าง ซึ่งหลังจากเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วคดียังไม่คืบหน้า ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตนได้กำชับให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ (พมจ.บุรีรัมย์)ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ลงเยี่ยมบ้านและเยียวยาสภาพจิตผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติในสังคม รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

"กรณีมีหญิงไทยกลุ่มหนึ่งสมัครใจเดินทางไปทำงานนวดแผนโบราณและขายบริการทางเพศที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปสมัครงานในร้านนวดแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งร้านนวดแห่งนี้ จะจัดหาหญิงไทยไปทำงานในลักษณะดังกล่าว โดยนายหน้าชาวเกาหลีใต้จะมาดูตัวก่อนเตรียมส่งหญิงไทยที่สมัครใจไปทำงาน โดยเสียค่านายหน้าคนละ ๑๓,๕๐๐ บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายหน้าชาวเกาหลีใต้และขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง ตนเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการประสานช่วยเหลือหญิงไทย โดยปรับพฤติกรรมและสภาพจิตใจเพื่อไม่ให้กลับไปประกอบอาชัพดังกล่าวต่อไป ”พลตำรวจเอก อดุลย์ กล่าวท้าย

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ