รองโฆษกรัฐบาลเผยนายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภัยแล้ง สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการรองรับและดูแลให้มีน้ำเพียงพอในการเพาะปลูก

ข่าวทั่วไป Tuesday May 26, 2015 16:26 —สำนักโฆษก

วันนี้ (26 พ.ค.58) เวลา 14.30 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมฯ ถึงเรื่องที่นายกรัฐมนตรีปรารภและสั่งการต่อที่ประชุมฯ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ให้ข้อมูลว่าในปีนี้ฝนเริ่มตกกระจายตัว แต่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่นอกพื้นที่อ่างเก็บน้ำหรือแหล่งรับน้ำ เพราะฉะนั้นจึงคาดหมายว่าปีนี้น้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกจะมีปริมาณค่อนข้างน้อย โดยได้มีการประกาศพื้นที่ภัยแล้งไปแล้ว จำนวน 37 จังหวัด 250 อำเภอ 1,380 ตำบล และ 10,000 กว่าหมู่บ้าน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงประชาชนโดยเฉพาะประชาชนชาวเกษตรกร จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการให้ข้อมูลส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนเกษตรกรได้เตรียมการในการเพาะปลูก ทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน รวมทั้งได้ให้ไปตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องแผนบริหารจัดการน้ำว่ามีความสอดคล้องกับพื้นที่ภัยแล้งหรือไม่ ตลอดจนสามารถที่จะตอบรับและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นได้ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้ข้อมูลไว้หรือไม่

อีกทั้ง อยากให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนร่วมแรงร่วมใจกันในการจัดเตรียมแหล่งน้ำของตนเองให้เพียงพอสำหรับการเพาะปลูก ขณะเดียวกันในส่วนของการทำนาปรังก็จะต้องมีการจัดเตรียมการล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ รวมถึงให้พิจารณาเรื่องการจัดทำฝนหลวงเพื่อให้ฝนมาตกในพื้นที่ที่เป็นแหล่งรับน้ำได้

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีที่ได้ไปพบปะกับหอการค้าไทยและนักธุรกิจทั้งรายใหญ่ รายกลางและรายเล็ก ตลอดจนยุวชนหรือทายาทของหอการค้าว่า ทุกคนมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในรัฐบาลชุดปัจจุบันว่าจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปได้ และนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภไว้กับหอการค้าคือต้องการให้ทุกภาคส่วนได้ช่วยกันจัดสร้างห่วงโซ่สินค้า เพื่อให้ธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ดูแลซึ่งกันและกัน รวมถึงการดูแลประชาชนเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะในเรื่องการแบ่งสัดส่วนเพื่อจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบหรือผลิตผลทางด้านการเกษตรกับเกษตรกรรายย่อย เพื่อจะได้ดูแลกันทั้งระบบให้เป็นห่วงโช่ของสินค้า เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบอย่างยั่งยืน

อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดกระทรวงมหาดไทยในเรื่องของพระราชบัญญัติการเช่าที่นา โดยได้ให้แนวทางว่า ต้องดำเนินการจัดทำในรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวให้เรียบร้อยชัดเจนทั้งในส่วนที่นาในพื้นที่เขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน รวมถึงระยะเวลาของสัญญา และการจะให้เช่าหรือไม่ให้เช่าจะต้องแจ้งล่วงหน้ากี่เดือน เป็นต้น เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ทันก่อนฤดูการเพาะปลูกรอบใหม่จะมาถึง

พร้อมทั้ง นายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดำเนินการผลิตมัคคุเทศก์ให้เพียงพอและมีคุณภาพ โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทย และมีความรู้ในภาษาต่างประเทศเป็นอย่างดี เพื่อจะได้เป็นมัคคุเทศก์อย่างมีคุณภาพรองรับการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ส่วนกรณีที่มีนักท่องเที่ยวบางประเทศที่มีการปฏิบัติอาจจะขัดกับธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมไทยนั้น ควรมีการให้ความรู้และทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมไทยให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งต้นทาง เพื่อจะได้ไม่เกิดความขัดแย้ง รวมถึงการดูแลเรื่องความสะอาดของห้องน้ำตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น สถานีขนส่ง สถานีบริการน้ำมัน ร้านอาหาร ฯลฯ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข รับที่จะดำเนินการต่อไป

กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ