รายงานข่าวโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ เมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome: MERS) ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2558

ข่าวทั่วไป Sunday June 28, 2015 10:11 —สำนักโฆษก

รายงานข่าวโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ เมอร์ส

(Middle East Respiratory Syndrome: MERS)

ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2558

1. สถานการณ์ วันที่ 28 มิถุนายน 2558

1.พบผู้ป่วยยืนยันในประเทศ 1 ราย

2.พบผู้สัมผัสโรค 156 คน

3.สถานการณ์ทั่วโลก ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2558 พบผู้ป่วย 1,356 ราย เสียชีวิต 483 รายใน26ประเทศ ส่วนประเทศเกาหลีใต้ ข้อมูล ณ วันที่ 27 มิถุนายน 2558 พบผู้ป่วย 182 ราย เสียชีวิต 31 ราย

4. ขอความร่วมมือประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง “เช็คก่อนแชร์” ข้อมูลผู้ป่วยทางสื่อออนไลน์ เพื่อ

ไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่หลาย เกิดความตระหนก และมีความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ โปรดติดตาม

ข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัย โทร 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

2. สธ.เตรียมผู้สัมผัสโรคเสี่ยงสูง กลับบ้านสัปดาห์หน้า ตรวจตามมาตรฐานให้มั่นใจก่อนกลับ

นายแพทย์สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัยรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค ประชุมวอร์รูมฯ และให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส ว่าในสัปดาห์หน้าผู้สัมผัสผู้ป่วย จะสิ้นสุดระยะเวลารับไว้สังเกตอาการ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 36 คน จะได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดว่าไม่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งการเก็บสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจบริเวณหลังโพรงจมูก ตามมาตรฐานก่อนออกจากระบบเฝ้าระวังโรคและเดินทางกลับ ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ที่แยกตัวเองที่บ้านก็ให้กลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

สำหรับผู้ป่วยยืนยันโรคเมอร์สชาวโอมาน ที่รักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร อาการดีขึ้นตามลำดับ รับประทานอาหารได้ ช่วยเหลือตัวเองได้พอควร ได้รับการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคประจำตัว ทั้งนี้ ก็จะตรวจสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจบริเวณหลังโพรงจมูก ให้มั่นใจว่าไม่มีเชื้อที่จะแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้ ก่อนย้ายออกจากห้องแยกโรคความดันลบ ไปรักษาในห้องแยกปกติจนกว่าโรคประจำตัวจะดีขึ้น และปลอดภัยที่จะเดินทางกลับประเทศ ส่วนญาติ 3 คน อาการปกติ

ส่วนผู้เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค และมีอาการไข้ ไอ ภายใน 14 วันหลังกลับจากพื้นที่ติดโรค ก็จะได้รับการตรวจหาสาเหตุของการป่วย รวมถึงการตรวจว่าติดเชื้อโรคเมอร์สหรือไม่ และรับไว้สังเตอาการในระบบเฝ้าระวังควบคุมโรคจนครบ 14 วันหลังกลับจากพื้นที่ติดโรค ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ใดติดเชื้อโรคเมอร์ส

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน2558 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาล คลินิกเอกชน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมาณ 250 แห่ง กำชับให้ตระหนักและปฏิบัติตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2523 และ พรบ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ทั้งในเรื่องการรับรักษาผู้เดินทางจากพื้นที่ติดโรค การแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทราบ การไม่ให้ผู้ป่วยเดินทางเองด้วยรถสาธารณะ พร้อมแจกเอกสารคำแนะนำการปฏิบัติ

/3. การเฝ้าระวัง....

-2-

3. การเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ ที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค

ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 28 มิถุนายน 2558 มีบุคคลผู้เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค ซึ่งส่วนใหญ่คือผู้เดินทางจากประเทศที่มีรายงานการเกิดโรคเมอร์สเข้ามาทั้งหมด 110 ราย ในจำนวนนี้มาจากเกาหลีใต้ 64 ราย จากตะวันออกกลาง 46 ราย สำหรับในวันที่ 28 มิถุนายน 2558 มีบุคคลผู้เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค รวม 3 ราย มาจากเกาหลีใต้ ทั้ง 3 ราย ทุกรายได้ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

4. สรุปผลการให้บริการสายด่วน 1422 ปรึกษาประชาชนเรื่อง โรคเมอร์ส

ในรอบ 24 ชั่วโมง วันที่ 28 มิถุนายน 2558 มีผู้โทรมาสอบถามที่สายด่วน กรมควบคุมโรค รวม 61 สาย เป็นเรื่องโรคเมอร์ส 23 สาย คำถามที่ถามมากที่สุด คือ ความรู้เรื่องโรค การปฏิบัติตัว การป้องกันตัวเองไม่ให้ป่วย

คำถามที่น่าสนใจคือ อยู่ประเทศไทย แต่ไม่ได้ไปพื้นที่เสี่ยง จะมีโอกาสเป็นโรคเมอร์สหรือไม่

5. ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

  • ได้ตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2558 จำนวน 31,296 คน

ไม่พบผู้มีไข้

  • ขอความร่วมมือสายการบิน ประกาศเตือนบนเครื่องบิน เรื่องมาตรการคัดกรองที่สนามบิน/ แจกคำแนะนำ (health beware card) บนเครื่อง 37 เที่ยวบินตรงจากพื้นที่เสี่ยง / แนะนำการเข้มงวดทำความสะอาดเครื่องบิน
  • ประสานงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ส่งผู้เดินทางจากเขตติดโรคให้เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคตรวจวัดไข้ทุกราย ก่อนอนุญาตให้เข้าเมือง
  • ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิอัตโนมัติ (Thermoscan) 4 จุด / ติดตั้งแอลกอฮอล์เจลกว่า 200 จุด ทั่วสนามบินแจกหน้ากากอนามัยที่จุดประชาสัมพันธ์

6. ข้อแนะนำประจำวันในการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเดินหายใจ รวมทั้งโรคเมอร์ส

ประชาชนคนไทยทั่วไปไม่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคเมอร์ส ยกเว้นผู้ที่เดินทางไปในประเทศที่มี

การระบาด สำหรับประชาชนทั่วไปมีข้อปฏิบัติดังนี้

หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่มีอาการไอหรือจาม

ปฏิบัติตามสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำสบู่

รับผิดชอบต่อสังคม เมื่อมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสคลุกคลีกับบุคคลอื่น เมื่อไอ หรือจามใช้กระดาษชำระปิดปากและจมูกทุกครั้ง และทิ้งกระดาษชำระที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่ปิดมิดชิดและล้างมือให้สะอาด สวมหน้ากากอนามัย สำหรับผู้เดินทางกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค หากมีอาการดังกล่าวภายใน 14 วัน ให้รีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง

4.ประชาชนที่ไม่ได้เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง หากมีไข้ ไอ ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นโรคเมอร์ส ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาตามปกติ หรือโทรปรึกษา สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามข่าวสารทางเฟสบุ๊ค “ไทยสู้เมอร์ส”

28 มิถุนายน 2558

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ