รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) เป็นประธานมอบรางวัลในงาน “รัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2558”

ข่าวทั่วไป Tuesday September 22, 2015 16:02 —สำนักโฆษก

วันนี้ (23 ก.ย. 58) เวลา 17.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานและมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2558 จำนวนทั้งสิ้น 8 ประเภท โดยมี คณะกรรมการและผู้บริหารของกระทรวงการคลัง และรัฐวิสาหกิจที่ได้รับรางวัล ตลอดจนคณะกรรมการตัดสินรางวัลฯ และคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ประมาณ 500 คน เข้าร่วม

ปลัดกระทรวงการคลังได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ เพื่อประกาศให้สาธารณชนได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่ดีเด่นในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานรัฐวิสาหกิจ พร้อมเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวได้ดำเนินงานกว่า 10 ปี แล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เป็นอย่างดี ด้วยคณะผู้บริหารและพนักงานรัฐวิสาหกิจต่างมีความมุ่งมั่นในการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กรโดยให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดงานฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันและสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ได้รับรางวัลฯ โดยสรุปความว่า รัฐวิสาหกิจไทยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ก่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติ ทั้งนี้ โดยรัฐวิสาหกิจไทยมีอยู่จำนวน 55 แห่ง ใน 9 สาขา ซึ่งแต่ละแห่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาลและส่งเสริมให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและภาคบริการ และเพื่อเป็นการวางรากฐานการพัฒนารัฐวิสาหกิจในระยะยาวคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้ปรับโครงสร้างการทำงานของรัฐวิสาหกิจ

อีกทั้ง การแก้ไขปัญหาระยะสั้นสำหรับรัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหาในการดำเนินงาน เพื่อให้มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ด้วยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจของประเทศให้เหมาะสมกับทิศทางการพัฒนาประเทศอย่างบูรณาการและเสนอนโยบายการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจในภาพรวม และยกร่างกฎหมายการกำกับและบริหารรัฐวิสาหกิจ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจด้วยการพัฒนาระบบกำกับดูแลและระบบบรรษัทภิบาลของรัฐวิสาหกิจ อันจะทำให้รัฐวิสาหกิจทำงานด้วยความโปร่งใสมีประสิทธิภาพ ตลอดจนกำหนดแนวปฏิบัติและระเบียบข้อบังคับในการเปิดเผยข้อมูลและกลไกอื่นในการเสริมสร้างความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ได้เน้นให้มีกระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส โดยนำระบบ CoST (Construction Sector Transparency Initiative) เป็นกระบวนการในการเปิดเผยข้อมูลและติดตามการดำเนินโครงการก่อสร้างของรัฐวิสาหกิจที่เป็นมาตรฐานสากลมาใช้ รวมถึงนำหลักการสัญญาคุณธรรมหรือที่เรียกว่า Integrity Pact เพื่อสร้างความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจมาใช้ด้วย พร้อมทั้งกำหนดให้รัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหาจากการดำเนินงานจัดทำแผนฟื้นฟูองค์กร รวมทั้งกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่ง คนร. ได้ติดตามผลเป็นระยะๆ ทุก 12 เดือน

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลพร้อมส่งเสริมให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (Public Private Partnership: PPP) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

เพื่อเพิ่มทางเลือกในการหาแหล่งทุนอื่นเพิ่มเติมให้กับรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากภาครัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งจะช่วยให้รัฐวิสาหกิจมีศักยภาพในการลงทุนมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นการลดภาระทางการเงินของรัฐวิสาหกิจและภาครัฐที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวย้ำว่า ขอเป็นกำลังใจให้ทุกหน่วยงานทั้งที่ได้รับรางวัลและไม่ได้รางวัลขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ดำเนินกิจการด้วยความโปร่งใสและมั่นใจว่า นโยบายและการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นจากการบริการที่ดีมีประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ

รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นในตอนท้ายอีกว่า ขอฝากให้ทุกหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้ร่วมกันคิดต่อไปว่า จะมีแนวทางอย่างไรที่จะพัฒนาองค์กรของเราให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการทำวิจัย พัฒนา คิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นใช้ในรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง และให้รัฐวิสาหกิจมารวมพลังกันเพื่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของพลเมือง รองรับสังคมผู้สูงอายุ และให้บริการประชาชนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งใช้ทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดสอดคล้องกับแนวคิดในการจัดงานในครั้งนี้ที่ว่า “Together For All All For One : พลังรัฐวิสาหกิจไทย สร้างสรรค์มิติใหม่ ก้าวไกลเป็นหนึ่งเดียว” อีกทั้งให้ทุกหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีพลังที่เข้มแข็งร่วมมือกันในการฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อสร้างความพร้อมในทุกด้านในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไป

สำหรับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นมี 8 ประเภทรางวัล โดยมีรางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น รางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น รางวัลการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสดีเด่น รางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม รางวัลการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น และรางวัลนวัตกรรมดีเด่น

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ