กระทรวงมหาดไทยขอเชิญร่วมบำเพ็ญกุศลถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงมหาดไทย ประจำปี พ.ศ. 2558 ณ วัดเครือวัลย์วรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ข่าวทั่วไป Monday September 28, 2015 14:46 —สำนักโฆษก

วันนี้ (28 ก.ย. 58) ที่กระทรวงมหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย ได้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินเพื่อนำไปถวายยังพระอารามหลวงต่างๆ เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 เป็นต้นมา เพื่อน้อมบูชาและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยประเพณีการทอดกฐินเป็นประเพณีสำคัญของชาวพุทธที่ได้ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน นับว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแก่อนุชนรุ่นหลัง รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่พุทธบริษัท ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาในการถวายผ้าพระกฐินในช่วงเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันออกพรรษา คือ ระหว่างวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12

โดยในปีพุทธศักราช 2558 นี้ กระทรวงมหาดไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐิน เพื่อนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษา ณ วัดเครือวัลย์วรวิหาร แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยกำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2558 เวลา 14.00 น. ในโอกาสนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนผู้บริหาร ข้าราชการ และพนักงานในสังกัด ตลอดจนบริษัท ห้างร้านและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงมหาดไทย โดยร่วมทำบุญบริจาคปัจจัย ได้ที่ กองคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย หมายเลขโทรศัพท์ 02 2256211 หรือโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน สาขามหาดไทย ประเภทเผื่อเรียก ชื่อบัญชี “กฐินมหาดไทย 58” เลขที่บัญชี 020142794591

สำหรับประวัติและความเป็นมาของ “วัดเครือวัลย์วรวิหาร” วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด หากแต่มีข้อความกล่าวถึงในหนังสือ “ตำนานพระอารามหลวงและทำเนียบสมณศักดิ์” ซึ่งเจ้าพระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (ม.ร.ว.คลี่ สุทัศน์) เรียบเรียงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ความว่า “วัดเครือวัลย์วรวิหาร อยู่ในคลองมอญฝั่งใต้ เจ้าพระยาอภัยภูธร สร้างในรัชกาลที่ 3 แล้วถวายเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่า วัดเครือวัลย์วรวิหาร” และดังปรากฏข้อความในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ว่า “ในคลองมอญวัด 1 เจ้าจอมเครือวัลย์บุตรีเจ้าพระยาอภัยภูธร สร้างใหม่การยังไม่แล้ว ก็ถึงแก่กรรมเสีย จึงโปรดให้ทำต่อไปวัดนั้น แล้วพระราชทานชื่อ วัดเครือวัลย์วรวิหาร” ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ซึ่งศาสนสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ ที่เป็นพระอุโบสถทรงไทยโดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เนื่องจากผนังภายในพระอุโบสถทั้ง 4 ด้าน มีภาพเขียนสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นภาพนิทานชาดกเรื่องพระเจ้า 500 ชาติ ที่งดงามมากและรวบรวมเรื่องราวไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ปัจจุบันมีหลงเหลืออยู่แห่งเดียวในประเทศไทย นับว่าเป็นแหล่งอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมด้านจิตรกรรมฝาผนัง อันเป็นสมบัติที่สำคัญของชาติควรค่าอนุรักษ์ไว้แก่อนุชนรุ่นหลังให้คงอยู่สืบไป

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ