นายกรัฐมนตรีพบปะประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ และผู้นำท้องถิ่นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ขอทุกคนมีความรักสามัคคี ช่วยกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า

ข่าวทั่วไป Monday June 11, 2018 15:38 —สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรีพบปะประชาชน จ.นครสวรรค์ และผู้นำท้องถิ่นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ยืนยันจะทำงานทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติ ย้ำไม่ต้องการสืบทอดอำนาจใด ๆ ขอทุกคนมีความรักสามัคคี ช่วยกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า

วันนี้ (11 มิถุนายน 2561) เวลา 17.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์สัมมนาและจัดแสดงนิทรรศการ บึงบอระเพ็ด ตำบลแควใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ พบปะประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ และผู้นำท้องถิ่นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำส่วนท้องถิ่น ประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานสักขีพยานในโอกาสการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน จำนวน 2 พื้นที่ ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และเป็นสักขีพยานการมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน ให้แก่ประธานโครงการป่าชุมชน 4 ชุมชน ให้กับผู้แทนชุมชน 4 จังหวัด (นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และอุทัยธานี) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นพยานการมอบอุปกรณ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และเงินสนับสนุนการพัฒนาสถาบันเกษตรกร ในการจัดเก็บพืชผลทางการเกษตร ให้แก่สหกรณ์การเกษตรศาลเจ้าไก่ และสหกรณ์การเกษตรบรรพตพิสัย จำกัด รวมทั้งเป็นพยานการมอบสินเชื่อโครงการสินเชื่อเพื่อสร้างยุ้งฉางให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้แก่ผู้แทนเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวพบปะกับประชาชนจังหวัดนครสวรรค์ และผู้นำท้องถิ่นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ตอนหนึ่งว่า รู้สึกมีความสุขที่ได้พบปะกับประชาชนและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ พร้อมกล่าวขอโทษที่มาพบช้ากว่ากำหนดการ ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกระจายกันลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อเกิดการบูรณาการการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเองก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง แต่ด้วยหน้าที่จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ให้เกิดความทั่วถึงอย่างเป็นธรรม สร้างความเท่าเทียม ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา พร้อมกล่าวยืนยันไม่ต้องการสืบทอดอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อประเทศชาติ

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลมีหน้าที่ในการบริหารประเทศ แต่ยังมีช่องโหว่เรื่องการทุจริต จึงต้องเร่งแก้ไข ไม่ให้เกิดการทุจริตเกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งบั่นทอนความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพมากมายหลายอย่าง ต้องบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ คิดและทำอย่างไรให้เกิดความก้าวหน้าต่อไป ในส่วนของเกษตรกรขอให้เข้าใจหลักการและกลไกตลาด เกิดการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งตั้งแต่ต้นทางในกลุ่มการผลิต หมู่บ้านและชุมชนของตนเอง เชื่อมโยงไปสู่กลางทาง และขยายต่อไปสู่ปลายทาง ให้ผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาด อย่าผลิตสินค้าเกินความต้องการ นอกจากนี้ ทุกคนต้องมีความรักสมัครสามัคคี ช่วยกันทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า จะทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้ ต้องเข้มแข็งไปด้วยกัน ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 และข้าราชการต้องพัฒนาตนเอง อย่ายึดติดกับการทำงานแบบเดิม ต้องนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ เดินทางต่อไปยังตลาดต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลปากน้ำโพ อำเภอมือง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเยี่ยมชมตลาดประชารัฐ และตลาดวัฒนธรรมเมืองสี่แคว

---------------------------

สำนักโฆษก

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ