นายกรัฐมนตรีเปิดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จ.อุบลราชธานี ประจำปี 2561 “ฮีตศรัทธา ราชธานีแห่งเทียน” สืบสานงานบุญพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

ข่าวทั่วไป สำนักโฆษก -- อังคารที่ 24 กรกฎาคม 2561 14:01:41 น.

นายกรัฐมนตรีเปิดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จ.อุบลราชธานี ประจำปี 2561 “ฮีตศรัทธา ราชธานีแห่งเทียน” สืบสานงานบุญพระพุทธศาสนา และวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

วันนี้ (23 ก.ค.61) เวลา 18.50 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2561 “ฮีตศรัทธา ราชธานีแห่งเทียน” ณ ลานเทียน มณฑลพิธีทุ่งศรีเมือง และร่วมกิจกรรมงาน "ชื่นสุขี ศรีวนาลัย" ณ ลานขวัญเมือง โดยมี คณะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี คณะกรรมการจัดงาน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายอำเภอ สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สักการะอนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) หรือท้าวคำผง ซึ่งเป็นแม่ทัพคนสำคัญของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และเป็นผู้ประสานสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างหัวเมืองอีสานกับกรุงเทพมหานคร พร้อมถวายผ้าอาบน้ำฝน และชมการแสดงชุด “ฮีตศรัทธา ราชธานีแห่งเทียน”

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานว่า จังหวัดอุบลราชธานีพร้อมด้วยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสื่อมวลชนในจังหวัดอุบลราชธานี ได้ร่วมกันจัดงานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และจังหวัดอุบลราชธานี อีกทั้งยังเป็นการหล่อหลอม รวมจิตใจ ในการรู้รักสามัคคีของชาวจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ประกอบด้วย (1) การประกวดต้นเทียนพรรษา ประเภทแกะสลัก ประเภทติดพิมพ์ ประเภทเทียนโบราณ และการแกะสลักเทียนนานาชาติ โดยศิลปินจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และไทย (2) กิจกรรมถนนสายเทียน สายธรรม เป็นการแสดง วิถีชุมชนและวัฒนธรรมพื้นเมือง การทอผ้าไหม การทำฆ้อง ความเป็นมาของเทียนพรรษา สาธิตการแกะสลักเทียน พิธีเวียนเทียน (3) กิจกรรมเยือนชุมชน ชมวิถีวัฒนธรรมในการตกแต่งต้นเทียนโดยชุมชน/คุ้มวัดต่าง ๆ  ที่จัดตกแต่งจัดทำต้นเทียนประเภทต่าง ๆ การประกวดสาวงามเทียนพรรษาและการจัดขบวนแห่เทียนเข้า ทั้งภาคกลางวันและภาคกลางคืน สำหรับปีนี้ได้มีการจัดทำต้นเทียนบุญมหาชาติ 13 กัณฑ์ และได้ทำ MOU กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคด้วย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดงานและทักทายประชาชน พร้อมทำพิธีเปิดงาน “สวมยอดต้นเทียน” เปิดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2561 โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมเปิดงานเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาและพบปะกับประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานีในวันนี้  และได้มาเห็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นที่สวยงาม อันเป็นมรดกที่ทรงคุณค่า ที่พวกเราจะช่วยกันรักษาและสืบสานให้คงอยู่ต่อไป

พร้อมกล่าวแสดงความรู้สึกปลาบปลื้มที่มีโอกาสได้มาสักการะอนุสาวรีย์พระประทุมวรราชสุริยวงศ์ หรือเจ้าคำผง ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและครองเมืองอุบลราชธานีเป็นคนแรก และยังเป็นแม่ทัพคนสำคัญของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในการทำศึกสงครามต่าง ๆ โดยเจ้าคำผงได้สร้างเมืองอุบลราชธานีให้เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประเพณีวัฒนธรรมที่งดงาม และเป็นรากฐานสำคัญของจังหวัดอุบลราชธานีในปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงเทศกาลประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาว่า เป็นประเพณีที่มีความสำคัญและสืบสานมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยจังหวัดอุบลราชธานีได้สืบทอดประเพณีแห่เทียนมาเป็นเวลา 100 กว่าปี จึงถือเป็นงานประจำจังหวัดที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้ชัดเจนและมีเอกลักษณ์ เป็นการเปิดโอกาสให้คนในชุมชนมารวมตัวกันทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ และสร้างความสุขให้กับคนในจังหวัดและผู้มาเยือนได้อย่างดี รวมทั้งเสริมสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชนตั้งแต่การหล่อเทียน การแกะสลัก ซึ่งเป็นการร่วมมือกันทำงาน ตลอดจนเป็นการช่วยอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมที่งดงามให้คงอยู่คู่บ้านคู่เมือง พร้อมทั้งเผยแพร่ความรู้ด้านการหล่อเทียน การแกะสลักไปสู่รุ่นลูกหลาน และส่งออกไปสู่สายตาของสาธารณชนทั้งภายในประเทศและชาวต่างชาติอย่างน่าสนใจ

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้ำว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและโดดเด่น ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้ได้มาสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลประจำปีของจังหวัดที่ตระการตา ทำให้ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และยังเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้กับจังหวัด ที่จะรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวในจำนวนที่มากขึ้น โดยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  ที่ให้ความสนใจอย่างมาก ซึ่งจะสามารถพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวของจังหวัดและประเทศไทยให้มีศักยภาพที่ดียิ่งขึ้นต่อไป ทั้งนี้ อยากให้การจัดงานเทศกาลประเพณีประจำจังหวัดเช่นนี้เกิดขึ้นในทุกจังหวัด โดยการนำเอกลักษณ์ในท้องถิ่นของจังหวัดตนเองมาสร้างสรรค์และจัดเป็นกิจกรรม เพื่อจะได้เป็นการเผยแพร่จังหวัดให้เป็นที่สนใจ และสามารถสร้างความแตกต่าง ให้นักท่องเที่ยวมีความสนใจ ซึ่งจะเป็นการยกระดับการพัฒนาการท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า งานแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นงานประเพณีที่งดงามทางพุทธศาสนา และความเจริญของศิลปวัฒนธรรมที่หลอมรวมกับวิถีชีวิตของชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานีให้เป็นหนึ่งเดียวกัน รวมถึงเป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาของพี่น้องประชาชนชาวอุบลราชธานีที่มีต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งได้ร่วมสืบสานกันมาอย่างยาวนานจนเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่งดงามในทุกวันนี้ โดยขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานดังกล่าว และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนที่ได้ร่วมกันหล่อเทียน แกะสลักเทียนได้อย่างสวยงามวิจิตรบรรจง สร้างความประทับใจให้ทุกคนที่ได้มาร่วมงาน และขอให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่งดงามให้คงอยู่เช่นนี้ตลอดไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีได้นั่งรถสามล้อเยี่ยมชมกิจกรรมงาน "ชื่นสุขี ศรีวนาลัย" ณ ลานขวัญเมือง หน้าโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (หลังเก่า)  ซึ่งเป็นการจำลองบรรยากาศย้อนอดีตอย่างมีสไตล์กับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอุบล และแต่งกายย้อนยุคอีสานบ้านเฮา


กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก
ที่มา: http://www.thaigov.go.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง