สรุปประเด็นนายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561

ข่าวทั่วไป 14 กันยายน พ.ศ. 2561 15:32 น. —สำนักโฆษก

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561 เวลา 20.15 น. ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งสรุปสาระสำคัญ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีร่วมแสดงความยินดีที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ ให้ชนะการโหวตจากเวที Travel Bulletin เรียกว่ารางวัล STAR AWARDS 2018 ซึ่งบรรดาผู้ประกอบการท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักรยกให้ประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ดีทีสุด อีกทั้งยังเป็นลำดับที่ 2 ในประเภท “หลักสูตรการฝึกอบรมออนไลน์” เพื่อสนับสนุนกิจกรรมและ บริการด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้ Travel Bulletin เป็นนิตยสารชั้นนำในสหราชอาณาจักร ที่นำเสนอข่าวสารในแวดวงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตลอดจนการจัดทำกิจกรรมการฝึกอบรมต่าง ๆ ที่มา: http://www.thaigov.go.th

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า หลังจากที่ประเทศไทยได้รับการโหวต ให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดจากนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำสหรัฐฯ นอกจากจะช่วยตลาดภายในประเทศแล้ว ยังมีการส่งเสริมให้ไทยเที่ยวไทย ซึ่งเป็นอีกนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ลงท้องถิ่นให้มากที่สุด พร้อมทั้งเกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในทุกระดับ ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานได้แก่ นโยบาย “เที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษีได้” ตลอดปี 2561 โดยพี่น้องประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหารและค่าที่พัก ในการท่องเที่ยว 55 เมืองรอง มาลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน ซึ่งเหลือระยะเวลาอีกประมาณ 4 เดือน สำหรับการสำรวจปฏิทินท่องเที่ยวหรือหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและเทศกาลที่สำคัญ ๆ ของแต่ละจังหวัด รวมทั้งความสะอาดของห้องน้ำและสถานที่ท่องเที่ยวให้พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน ทั้งนี้จะได้สร้างความประทับใจ จนอยากกลับมาเยือนใหม่

สำหรับด้านการกระจายรายได้และการส่งเสริมอาชีพในท้องถิ่น นอกจากการท่องเที่ยวแล้วรัฐบาลยังส่งเสริมวงจรเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้กระจายไปทั่วทั้งประเทศ โดยส่งเสริมการตั้งตลาดประชารัฐเพื่อให้เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีสถานประกอบการ ได้มีพื้นที่ค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าในตลาดประชารัฐ 10 ประเภท จากหลายกระทรวง กว่า 6,600 แห่งทั่วไทย รวมทั้งเป็นแหล่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร สินค้าชุมชนต่าง ๆ อีกด้วย และตลอดระยะเวลา 8 เดือน ได้มีผู้ผลิตเกษตรกรและผู้ประกอบการ มาลงทะเบียนเพื่อนำสินค้ามาขายในตลาด กว่า 1 แสนราย ซึ่งรับการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายแล้ว กว่า 96,000 ราย (หรือ ร้อยละ 91) ส่งผลให้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ฐานรากได้กว่า 1,200 ล้านบาท หรือสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น เฉลี่ยกว่า 1,800 บาท ต่อเดือน อีกทั้งตลาดประชารัฐจะเป็นตลาดต้นแบบในอนาคต ที่จะเน้นการสร้างมาตรฐานใหม่ โดยมีการตรวจมาตรฐานเป็นระยะ ๆ ซึ่งปัจจุบันได้มีตลาดที่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลระดับดีมากและระดับดี ร้อยละ 37 โดยมีเพียงร้อยละ 19 ที่ต้องได้รับการปรับปรุงต่อไป

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมเยาวชนไทยที่สามารถเป็นเจ้าเหรียญทอง ในการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม - 2 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งมีเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม 300 กว่าคน เป็นเยาวชนไทย 52 คน แข่งขันกันใน 26 สาขา 6 กลุ่มสาขาอาชีพ

ได้แก่ กลุ่มสาขาอาชีพเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมการผลิต เทคโนโลยีการสื่อสาร แฟชั่นและครีเอทีฟ ขนส่งและโลจิสติกส์ เทคโนโลยีก่อสร้างและอาคาร รวมทั้งกลุ่มสาขาบริการส่วนบุคคลและสังคม โดยครั้งนี้เยาวชนของไทยสามารถคว้าเหรียญทองทั้งหมด 16 เหรียญ เหรียญเงิน 4 เหรียญ เหรียญทองแดง 3 เหรียญ และเหรียญฝีมือยอดเยี่ยมอีก 13 เหรียญ รวมทั้งหมด 36 รางวัล ตามลำดับ

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า เนื่องในวันที่ 24 กันยายน 2561 ถือเป็นวันมหิดล หรือวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ได้ทรงมีคุณูปการต่อปวงชน ชาวไทย โดยได้ประกอบพระราชกรณียกิจมากมายที่เป็นประโยชน์ แก่วงการแพทย์และการสาธารณสุข ของประเทศไทย พร้อมช่วยเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่โรงเรียนแพทย์ อีกทั้งได้ทรงพัฒนาการเรียนการสอนตลอดจนผลิตแพทย์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการวางรากฐานแก่การแพทย์และการสาธารณสุขไทย ให้เจริญพัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ

ตอนท้ายของรายการฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงอีกหนึ่งกิจกรรม เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมราชชนกที่มีต่อปวงชนชาวไทยอย่างใหญ่หลวง จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันบริจาคเงินเพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ กล้องจุลทรรศน์ผ่าตัดตา พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง เพื่อดูเนื้อเยื่อขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เครื่องเอกซเรย์ที่ใช้ร่วมกับการผ่าตัด และกล้องส่องทางเดินอาหาร เพื่อช่วยให้การรักษาแก่ผู้ป่วยด้อยโอกาสที่โรงพยาบาลศิริราช โดยทางกลุ่มนักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รวมทั้งคณะเทคนิคการแพทย์ คณะพยาบาลศาสตร์ และ คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจะออกรับบริจาค พร้อมกับมอบ “ธงวันมหิดล” ให้เป็นที่ระลึกแก่พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่มีจิตอันเป็นกุศลร่วมบริจาคทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง หรือผู้ที่สนใจสามารถร่วมเป็นผู้ให้ในครั้งนี้ได้ที่ “ศิริราชมูลนิธิ” ภายในบริเวณโรงพยาบาลศิริราช

……………………………………………………………….

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก


เราใช้ cookies เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น การใช้เว็บ ryt9.com ต่อหมายถึงคุณได้ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการของเราแล้ว