นายกรัฐมนตรีปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศ ประจำฮิจเราะห์ศักราช 1440 ระบุรัฐบาลให้ความสำคัญแก่การทำนุบำรุงศาสนา และสนับสนุนให้องค์กรทางศาสนาทุกศาสนา

ข่าวทั่วไป สำนักโฆษก -- เสาร์ที่ 6 เมษายน 2562 16:00:53 น.

นายกรัฐมนตรีปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศ ประจำฮิจเราะห์ศักราช 1440 ระบุรัฐบาลให้ความสำคัญแก่การทำนุบำรุงศาสนา และสนับสนุนให้องค์กรทางศาสนาทุกศาสนา

วันนี้ (5 เมษายน 2562) เวลา 22.00 น. ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประธานในพิธีปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 และมอบโล่เกียรติคุณผู้สนับสนุนการจัดงาน โดยมี คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 แขกผู้มีเกียรติ สถาบันองค์กรมุสลิม ประชาชนผู้นับถือศาสนาอิสลาม ประมาณ 3,000 คน เข้าร่วมงาน

เมื่อ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปถึง บริเวณงาน นายอนันต์ วันแอเลาะ ประธานการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปี ฮ.ศ 1440 นายอัมรินทร์ มีสุวรรณ ประธานฝ่ายหนังสืออนุสรณ์ และคณะผู้จัดงานรอให้การต้อนรับ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินเข้าสู่หอประชุม ประธานฝ่ายหนังสืออนุสรณ์ มอบหนังสืออนุสรณ์ พร้อมสูจิบัตรให้แก่นายกรัฐมนตรี ต่อด้วยพิธีอัญเชิญคัมภีร์อัลกุรอาน และการกล่าวรายงานสรุปการจัดงาน พร้อมประกาศผลการทดสอบกอรี จากนั้นเป็นการอัญเชิญพิธีพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน โดยผู้ชนะเลิศฝ่ายชาย – หญิง

เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีเป็นสักขีพยานในการรับถ้วยรางวัลพระราชทานแก่ผู้ชนะเลิศกอรี และเป็นประธานในพิธีมอบโล่เกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุนการจัดงาน จำนวน 39 โล่  พร้อมมอบถ้วยรางวัลการทดสอบกอรี จำนวน 6 รางวัล

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยตอนหนึ่งว่า การจัดงานเมาลิดกลางในประเทศไทย ถือเป็นศาสนกิจสำคัญของศาสนาอิสลาม ซึ่งนับเป็นโอกาสที่สำคัญของพี่น้องชาวไทยมุสลิมจะได้มาร่วมกันเพื่อร่วมรำลึกและเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของศาสดามูฮัมหมัด และร่วมปฏิบัติศาสนกิจตามหลักคำสอนของพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ที่มุ่งหมายให้ทุกคนเป็นคนดี มีศีลธรรม จริยธรรม กระทำแต่ความดี ละเว้นความชั่ว มีความละอายต่อบาปทั้งปวง ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน และการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ในสังคมพหุวัฒนธรรมด้วยกัน นอกจากนี้ ยังเป็นการปฏิบัติตามวิถีอิสลามิกชนในการนำพระจริยวัตรอันงดงามของบรมศาสดาเป็นต้นแบบแห่งการดำเนินชีวิตในสังคม ประการสำคัญ พี่น้องชาวไทยมุสลิมทุกท่านจะได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลให้ความสำคัญแก่การทำนุบำรุงศาสนา และสนับสนุนให้องค์กรทางศาสนาทุกศาสนา ได้มีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนการสร้างความรัก ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างอิสลามิกชนและผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนตลอดไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีถ่ายภาพร่วมกับคณะกรรมการจัดงาน เสร็จแล้ว จุฬาราชมสตรีพร้อมกับคณะกรรมการจัดงานและประธานฝ่ายต่าง ๆ นำกล่าวดุอาอ์ปิดงาน จากนั้น นายกรัฐมนตรีร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี ก่อนเดินทางกลับ

ที่มา: http://www.thaigov.go.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง