คตน. ติดตามการปฏิบัติงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีและนโยบายของรัฐบาล มีความก้าวหน้าโดยลำดับ

ข่าวทั่วไป 18 เมษายน พ.ศ. 2562 15:46 น. —สำนักโฆษก

วันนี้ (18 เม.ย.62) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 109 ชั้น 1 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล (คตน.) ครั้งที่ 3/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ ที่ประชุม คตน. ได้รับทราบการติดตามผลการดำเนินงานโครงการที่ใช้งบประมาณของรัฐจำนวนมาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ โดยรองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้สำนักงบประมาณประสานเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จเป็นไปตามเป้าหมายและทันห้วงเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะในส่วนของบลงทุน เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุด --------------------- กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก ที่มา: http://www.thaigov.go.th

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล (คตน.) ครั้งที่ 3/2562 โดยโครงการต่าง ๆ มีความก้าวหน้าโดยลำดับ

พร้อมทั้งที่ประชุม ได้มีการพิจารณาและติดตามการดำเนินงานต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ได้แก่ การจัดทำแผนการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยชุมชน การพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม การจัดการศึกษาให้แก่เด็กพิเศษและเด็กที่มีความสามารถพิเศษ โครงการห้องเรียนกีฬา การส่งเสริมการมีงานทำของกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวมีความก้าวหน้าโดยลำดับ เช่น การจัดทำแผนการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยชุมชน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงบประมาณ จัดทำแผนการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยราชภัฏให้เป็นมหาวิทยาลัยของชุมชน เพื่อทำหน้าที่สร้างแรงงานที่มีคุณภาพให้สามารถประกอบอาชีพในท้องถิ่นของตนเองได้ ลดการเคลื่อนย้ายแรงงานจากชนบทเข้าสู่เมือง โดยขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ดำเนินโครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏให้เป็นสถาบันที่ผลิตบัณฑิตที่มีอัตลักษณ์ มีคุณภาพ มีสมรรถนะ และเป็นสถาบันหลักที่บูรณาการองค์ความรู้สู่นวัตกรรมในการพัฒนาท้องถิ่น สร้างความสัมพันธ์และเครือข่ายความร่วมมือกับภาคประชาชน ชุมชน ท้องถิ่น และผู้ประกอบการในการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการให้บริการทางวิชาการ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วยแผนการดำเนินงาน 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่1 การพัฒนาท้องถิ่น ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนาครู ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับคุณภาพการศึกษา และยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาระบบบริการจัดการ โดยรองนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการผลิตบุคลากรให้สอดคล้องและตรงกับความต้องการของพื้นที่และท้องถิ่นอย่างแท้จริง ตลอดจนความต้องการของตลาดหรือผู้ประกอบการ

สำหรับในส่วนของโครงการห้องเรียนกีฬา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการจัดห้องเรียนกีฬา เพื่อส่งเสริม สนับสนุนเยาวชนที่มีความเป็นเลิศด้านกีฬา บนพื้นฐานการพัฒนาโดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการเน้นการพัฒนาร่างกายให้สามารถแข่งขันกับนักกีฬาต่างประเทศได้ รวมไปถึงให้เร่งหานักกีฬาหน้าใหม่ สูง แข็งแรง มีพรสวรรค์ ทักษะ และสมรรถนะทางร่างกายให้ได้โดยเร็วนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา จึงได้ดำเนินโครงการห้องเรียนกีฬาโดยได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2561 จากแผนพื้นฐานด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน โดยมีกรอบการดำเนินงาน ดังนี้ รับสมัครนักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากสถานศึกษาทั่วประเทศ ที่มีทักษะทางด้านกีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอล และบาสเกตบอล และผ่านการประเมินสมรรถนะตามหลักเกณฑ์ของโครงการ เพื่อเข้ารับการศึกษาในสถานศึกษาตามโครงการ 9 แห่ง ประกอบด้วย ภาคเหนือ ได้แก่ โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โรงเรียนสารคามพิทยาคม โรงเรียนอุดรพัฒนาการ โรงเรียนราชินูทิศ 2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยชัยภูมิ ภาคใต้ ได้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ สมุทรสาคร โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยกระบี่ และโรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา ทั้งนี้ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการดังกล่าวคือบุตรหลานซึ่งเป็นเยาวชนของชาติ ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาตามศักยภาพ และตามความถนัด โดยเฉพาะทางด้านกีฬา สามารถแข่งขันกับต่างประเทศและต่อยอดให้ “กีฬา” กลายเป็นอาชีพสร้างรายได้และมีความยั่งยืน โดยรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวให้แนวทางและข้อเสนอแนะว่า นอกจากการพัฒนาศักยภาพทั้งด้านร่างกายโดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการอาหารที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วควรมีการพัฒนาศักยภาพเด็ก ตั้งแต่ช่วงปฐมวัยด้วยเพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อเกิดการพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างเต็มศักยภาพไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ