รองนรม.จุรินทร์ฯ ย้ำประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ให้ประชาชนรับรู้อย่างกว้างขวาง

ข่าวทั่วไป 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562 15:56 น. —สำนักโฆษก

ตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหมายกำหนดการจะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 นั้น รัฐบาลจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกโดยมีนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานกรรมการ และได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกโดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และมีอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นกรรมการและเลขานุการฝ่ายประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้มอบหมายให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร พระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง นั้น ที่มา: http://www.thaigov.go.th

รองนรม.จุรินทร์ฯ ย้ำประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 ให้ประชาชนรับรู้อย่างกว้างขวาง เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่นี้

วันนี้ (11 ต.ค.62) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ได้เป็นประธานแถลงข่าวการประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยให้ข้อมูลข่าวสารการเสด็จพระราชดำเนินในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 โดยเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงประชาชนอย่างแพร่หลาย และกว้างขวาง

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงที่ได้มารวมตัวกันอย่างอบอุ่นเพื่อร่วมงานแถลงข่าวในวันนี้ ทำให้เกิดความมั่นใจว่าข้อมูลข่าวสารการเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 นี้จะได้รับการเผยแพร่ไปยังพี่น้องประชาชนอย่างแพร่หลายและกว้างขวาง ทั้งนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้มีส่วนร่วมในพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ด้วยการเฝ้ารับเสด็จตลอดสองฟากฝั่งของลำน้ำเจ้าพระยาที่ขบวนเรือจะเคลื่อนผ่าน และเฝ้ารับเสด็จชื่นชมพระบารมีตลอดเส้นทางที่ขบวนจะเสด็จผ่าน จึงนับเป็นโอกาสอันดีของประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ที่จะได้ร่วมบันทึกไว้เป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ เพราะพระราชพิธีสำคัญนี้เป็นพระราชพิธีที่สืบทอดตามแบบโบราณราชประเพณีที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการจัดการแถลงข่าวในวันนี้ พี่น้องสื่อมวลชนจะได้รับข้อมูลข่าวสารการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคได้ครบถ้วนในทุกมิติ และในฐานะประธานกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์จึงขอให้พี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านทราบว่าภารกิจของคณะกรรมการจะดำเนินการด้านนี้ใน 3 เรื่อง คือ เรื่องแรก การให้ข้อมูลข่าวสารต้องถูกต้องครบถ้วนในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมาของการเสด็จพระราชดำเนินเรียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี การจัดขบวนเรือ ความหมายของเรือหรือบทแห่แต่ละบท รวมทั้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดจุดรับเสด็จ การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การจัดรถรับส่ง การดูแลด้านสุขภาพ การจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เป็นต้น

การประชาสัมพันธ์จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การประชาสัมพันธ์ในประเทศและต่างประเทศ สำหรับในประเทศนั้นเน้นย้ำให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด สามารถเข้าร่วมงานได้อย่างสะดวกราบรื่น หรือพี่น้องที่อยู่ในต่างจังหวัดที่ไม่สามารถมาร่วมพิธีก็สามารถชื่นชมพระราชพิธีผ่านการถ่ายทอดสดทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ส่วนการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศจะเน้นให้คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศและชาวต่างชาติที่อยู่ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อได้อย่างถูกต้องและร่วมชื่นชมในพระราชพิธีไปพร้อมพร้อมกับคนไทย

สำหรับช่องทางที่ใช้เป็นหลักในการประชาสัมพันธ์คือเว็บไซต์พระลาน เว็บไซต์ www.phralan.in.th และ Facebook พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ รวมทั้ง OR Code (และLine@ บรมราชาภิเษก) ที่เตรียมไว้ให้สื่อมวลชนทุกท่านเพื่อให้ท่านได้นำไปขยายผลผ่านสื่อที่รับผิดชอบอยู่ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ หรือแม้กระทั่งสื่อโซเชียลมีเดีย สังคมออนไลน์ และการประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศจะเน้นช่องทางของสถานทูตไทยในต่างประเทศ ผ่านสื่อเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศ และของกรมประชาสัมพันธ์เป็นหลัก

ส่วนภารกิจที่สอง คือ การบริหารจัดการสื่อมวลชน คือ การให้ข้อมูลล่วงหน้า และในครั้งนี้ไม่ได้มีการจัดตั้งศูนย์สื่อมวลชนเหมือนครั้งพระราชพิธีเบื้องต้นและเบื้องกลางเนื่องจากพระราชพิธีในครั้งนี้มีระยะเวลาเพียงวันเดียว คือวันที่ 24 ตุลาคม นี้ ซึ่งจะแตกต่างจากครั้งที่แล้วซึ่งมีภารกิจหลายวัน ดังนั้นการให้ข้อมูลผ่านสื่อมวลชนจึงเน้นผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก แต่สำหรับในพระราชพิธีวันที่ 24 ตุลาคมนี้ เราจะอำนวยความสะดวกให้สื่อมวลชนในการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ล่วงหน้าด้วยการลงทะเบียน พร้อมจัดทำแนวทางการปฏิบัติ ซึ่งได้ชี้แจงเป็นระยะในช่วงที่ผ่านมา จึงขอให้พี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน มั่นใจว่าจะสามารถอำนวยความสะดวกเพื่อให้ปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จลุล่วงไปไปได้ด้วยดี

ส่วนภารกิจที่สาม คือ การถ่ายทอดสด ซึ่งจะมีแบ่งเป็นสองส่วน คือ ถ่ายทอดโทรทัศน์ โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย จะเริ่มในเวลา 15.15 น. จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี เป็นการบูรณาการร่วมกันกับสถานีโทรทัศน์หลายๆช่อง เพื่อให้ทำงานออกมาดีที่สุด ได้รับคำชื่นชม เฉกเช่นการถ่ายทอดสดในครั้งพระราชพิธีที่ผ่านมา และที่สำคัญ คือ ตระหนักในพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ที่ได้พระราชทานคำแนะนำไว้ว่าขอให้บรรยายมีสิ่งที่จำเป็นถูกต้อง และครบถ้วนเพื่อให้ประชาชนได้อรรถรสในการรับชมทั้งภาพ และเสียง

สำหรับการถ่ายทอดสดทางวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจะเป็นแม่ข่ายในการถ่ายทอดสดให้สถานีวิทยุอื่นๆ ทั่วประเทศ จะรับสัญญาณเพื่อให้ประชาชนได้รับฟังจนเสร็จสิ้นพระราชพิธีเช่นกัน ซึ่งในการถ่ายทอดสดนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์ลงไปปฏิบัติงานในเรือร่วมกับฝีพาย เพื่อนำภาพและเสียงขับบทแห่เรือส่งสัญญาณมายังศูนย์ถ่ายทอดสดให้ผู้ชมทางบ้านได้รับชม และฟังเสียงเสมือนอยู่ร่วมในขบวนเรือด้วยตนเอง

สิ่งที่จะขอถือโอกาสนี้ฝากไปยังพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน คือ ประการที่หนึ่ง งานด้านการประชาสัมพันธ์จากนี้ไปจะเป็นโค้งสุดท้าย จึงขอให้คณะกรรมการทุกท่านทุกหน่วยช่วยเพิ่มความเข้มข้นของการประชาสัมพันธ์ โดยหน่วยงานใดที่สามารถให้ข้อมูลได้ขอให้ช่วยกันชี้แจงและให้ข้อมูลกับเพื่อนสื่อมวลชนโดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนที่จะได้ไปเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จึงอยากขอเน้นย้ำ

สุดท้าย สิ่งที่ขอฝากพี่น้องสื่อมวลชน คือ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้เคยเน้นย้ำไว้ ขอนำมาถ่ายทอดตรงนี้ คือ ข้อห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ไม่ประสงค์จะให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน หรือ ผลกระทบจากการจัดงานพระราชพิธีในครั้งนี้ ดังนั้นขอให้ทุกส่วนช่วยกันให้ข้อมูลที่ชัดเจนแม่นยำโดยเฉพาะในเรื่องการวางแผนการเดินทางของประชาชน การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ