คณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เริ่มหน่วยงานในภาครัฐก่อน

ข่าวทั่วไป 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 15:17 น. —สำนักโฆษก

นายจุรินทร์ ฯ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เริ่มขับเคลื่อนที่หน่วยงานในภาครัฐก่อน

วันนี้ (14พ.ย.62) ณ ห้องประชุม 2503 ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (สทพ.) ครั้งที่ 2/2562 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แนะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศทั้ง ในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน โดยเริ่มจากหน่วยงานในภาครัฐก่อน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ

ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศว่าด้วยบัตรประจำตัวกรรมการและอนุกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ พ.ศ. 2562 ได้ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2562 แล้ว นอกจากนี้ พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ มาตรา 22 ได้กำหนดให้กรรมการและอนุกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ มีอำนาจเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่ใด ๆ เพื่อรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องโดยมีหมายค้น สมควรกำหนดให้มีบัตรประจำตัวกรรมการและอนุกรรมการเพื่อแสดงตนในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว พร้อมกันนี้ที่ประชุมรับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ โดยเห็นชอบให้นายปรีชา ปลื้มจิตต์ เป็นประธานกรรมการและกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ พร้อมกรรมการฯ อีก 10 คน โดยคัดเลือกจากผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์จากหลายสาขาวิชาชีพได้แก่ ด้านสิทธิมนุษยชน นิติศาสตร์ สังคมศาสตร์ จิตวิทยา และด้านแรงงาน เป็นต้น

โอกาสนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาหารือเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่ส่งผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การเลือกปฏิบัติและความไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ 2) การเปลี่ยนหลักคิดหรือการยอมรับของสังคมระหว่างเพศ และ3) การแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงทางเพศ ซึ่งที่ประชุมให้ข้อเสนอแนะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศทั้งในหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน โดยเริ่มที่หน่วยงานภาครัฐก่อนทั้งกระทรวง ทบวงกรม รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และสถานศึกษา เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พร้อมทั้งให้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ ที่ให้การดูแลคุ้มครองครอบคลุมคนทุกกลุ่มที่ถูกเลือกปฏิบัติระหว่างเพศ รวมทั้งประโยชน์ที่จะได้รับจากพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่า ประชาชนหลายคนยังมีความไม่เข้าใจในพระราชบัญญัติฯ เท่าที่ควร

___________

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ