นายกฯ หารือแผนพัฒนาและแก้ปัญหาของ จ.นครพนม ย้ำรัฐบาลให้ความสำคับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-การขนส่งคมนาคม-One Stop Service ยกระดับ จ.นครพนมเมืองรองเป็นเมืองหลัก

ข่าวทั่วไป Saturday February 17, 2024 13:27 —สำนักโฆษก

นายกฯ หารือแผนพัฒนาและแก้ปัญหาของ จ.นครพนม ย้ำรัฐบาลให้ความสำคับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-การขนส่งคมนาคม-One Stop Service ยกระดับ จ.นครพนมเมืองรองเป็นเมืองหลัก

วันนี้ (17 ก.พ. 67) เวลา 13.30 น. ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยนครพนม อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประชุมหารือแผนพัฒนาและแก้ปัญหาของจังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญสรุป ดังนี้

นายกฯ ได้ติดตามประเด็นการพัฒนาที่สำคัญของจังหวัดนครพนม เช่น แผนงาน/โครงการที่จังหวัดขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล อาทิ โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและการบริหารจัดการน้ำ การยกระดับเมืองรองเป็นเมืองหลัก โครงการจัดตั้ง Medical & Wellness Hub เที่ยวชุมชน ยลวิถี ชุมชนคุณธรรม บ้านท่าเรือ ตำบลท่าเรือ อำเภอนาหว้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP การแปรรูป การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน เส้นทางการท่องเที่ยว งานวิจัยและพัฒนา โดยนายกฯ สอบถามถึงการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลนครพนม ที่จะมีการพัฒนาศักยภาพภายใต้โครงการจัดตั้ง Medical & Wellness Hub รวมถึงงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ แต่ขอให้ทำข้อเสนอที่ชัดเจนอีกครั้ง

นายกฯ กล่าวว่าดีใจที่ได้มาเยี่ยมเยียนและพบปะกับประชาชนชาวจังหวัดนครพนมอีกครั้ง ซึ่งจังหวัดนครพนมถือเป็นจังหวัดที่ที่มีศักยภาพและจุดแข็ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญในการยกระดับจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก สิ่งสำคัญคือยุทธศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาซึ่งต้องทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน โดยใช้ศักยภาพและจุดแข็งที่จังหวัดมีอยู่ เช่น การท่องเที่ยว ด้านการเกษตรโดยเฉพาะเรื่องของผลไม้ต่าง ๆ ควบคู่กับการพัฒนา เช่น ทุเรียนของไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากต่างประเทศและมีการส่งออกไปจำนวนมาก เช่น จีน เรื่องนี้ถ้ามีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งคมนาคม และ One Stop Service ไม่ให้ภาคธุรกิจเสียเวลาคอยนานจะทำให้การส่งถ่ายสินค้าของไทยออกไปต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ในการแก้ปัญหาตู้เปล่าโดยการนำสินค้าใส่กลับเข้ามาด้วย

รวมถึงรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องระบบชลประทาน การไม่ท่วมไม่แล้ง รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ รวมไปถึงเรื่องการให้ความสำคัญกับด่านศุลกากรฯ โดยเฉพาะเรื่องของการขนถ่ายสินค้าเข้า-ออกที่ต้องการให้กระบวนการขั้นตอนของด่านฯ ให้เป็น One Stop Service เพื่อให้การส่งสินค้าเข้า-ออกสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ นายกฯ ยังย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และผลิตสินค้าต่าง ๆ ของท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่แล้วให้มีการออกแบบที่น่าสนใจ สอดคล้องและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศเพื่อเพิ่มรายได้มากขึ้น โดยทำงานร่วมกับภาคเอกชนมาช่วยพัฒนาตรงนี้ด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการของดีประจำ 12 อำเภอ ภายใต้ 3MUST (Eat Travel Visit) ณ บริเวณ ชั้น 1 หอประชุมหาวิทยาลัยนครพนม โดยนายกรัฐมนตรีได้สวมชุดศรีโคตรบูรและเยี่ยมชมนิทรรศการของดีประจำ 12 อำเภอ ดังนี้ 1. อำเภอนาหว้า ได้แก่ ผ้าไหมมัดหมี่ จักสานกกเครื่องดนตรีอีสาน 2. อำเภอศรีสงคราม ได้แก่ จักสานไม้ไผ่และผ้าย้อมสีธรรมชาติ 3. อำเภอบ้านแพง ได้แก่ ชาถั่วดาวอินคา 4. อำเภอนาทม ได้แก่ ไม้กวาดหญ้าขนตาช้าง 5. อำเภอเมืองนครพนม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จักสานไม้ไผ่ 6. อำเภอปลาปาก ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าบาติก 7. อำเภอโพนสวรรค์ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวอินทรีย์ 8. อำเภอท่าอุเทน ได้แก่ สับปะรด GI ปลาส้ม หนังเค็ม 9. อำเภอนาแก ได้แก่ ผ้าฝ้ายยกดอกและผ้าขิดลายโบราณ 10. อำเภอธาตุพนม ได้แก่ กาละแมโบราณ และเครื่องเงิน 11. อำเภอเรณูนคร ได้แก่ สุราพื้นบ้าน อุ๊เรณูนคร และ 12. อำเภอวังยาง ได้แก่ ผ้าย้อมโคลน ภายใต้แนวคิด 3MUST (Eat Travel Visit) พร้อมกับถ่ายภาพร่วมกับภาคเอกชนและกลุ่มผลิตสินค้าชุมชนต่าง ๆ ตามนิทรรศการ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนผ้าไหมมัดหมี่สีม่วง อำเภอนาหว้า กระเป๋าสะพายข้างผ้าพื้นเมือง ลายใบตองใบเตย อำเภอนาแกอีกด้วย

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ