นายกฯ แจงสภาฯ รัฐบาลให้ความสำคัญกับรายได้เกษตรกรไทย ทำงานอย่างบูรณาการ มุ่งเปิดตลาดใหม่ ทำให้ราคาพืชเกษตรสูงขึ้น ทั้งข้าว-ยางพารา

ข่าวทั่วไป Wednesday April 3, 2024 13:45 —สำนักโฆษก

นายกฯ แจงสภาฯ รัฐบาลให้ความสำคัญกับรายได้เกษตรกรไทย ทำงานอย่างบูรณาการ มุ่งเปิดตลาดใหม่ ทำให้ราคาพืชเกษตรสูงขึ้น ทั้งข้าว-ยางพารา

วันนี้ (3 เมษายน 2567) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 32 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 152 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกฯ ชี้แจงถึงการดำเนินการของรัฐบาล ในการดูแลเรื่องรายได้ของเกษตรกรประเทศไทยซึ่งมีกว่า 10 ล้านคนว่า รัฐบาลตระหนักดีถึงเรื่องนี้ เรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 314 เสียง ซึ่งทุกคนต่างเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง รัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกคนเกี่ยวกับเรื่องรายได้ของเกษตรกร โดยจะเห็นได้จากราคายางที่สูงขึ้น จาก 30 บาท/กิโลกรัม เป็น 100 บาท/กิโลกรัม ราคาข้าวก็สูงเช่นกัน รวมถึงพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ ก็ดีขึ้น อีกทั้งยังไม่มีการประท้วง ไม่มีการขอร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพราะรัฐบาลมีการเปิดตลาด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้กำกับดูแลเรื่องนี้อยู่ มีการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเปิดตลาดใหม่ มีการเรียกประชุมทูตพาณิชย์กำหนด KPI หรือตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องขายของอะไรบ้างในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยมีการทำเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อนในอดีต ที่มีการเรียกทูตพาณิชย์และเอกอัครราชทูตประจำประเทศต่าง ๆ มาทำงานอย่างบูรณาการ เพื่อให้ราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาสินค้าไทยที่ไปขายต่างประเทศดีขึ้น มีการเปิดตลาดใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งที่กล่าวมานั้นก็เป็นผลระยะสั้นที่รัฐบาลได้ดำเนินการมา

นอกจากนี้ นายกฯ ย้ำถึงการแก้ปัญหาเรื่อง PM2.5 ว่า รัฐบาลได้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสภาแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตหรือในปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ยังมีปริมาณฝุ่นที่สูงติดอันดับโลกอยู่ แต่หากเปรียบเทียบระหว่างปีที่ผ่านมากับปีนี้ จำนวนจุด Hotspot ต่าง ๆ ลดลงไปอย่างมาก และจะยังทำงานเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและขอยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิพื้นฐานของประชาชนทุกคน

สำหรับประเด็นการเดินทางต่างประเทศนั้น นายกฯ ชี้แจงว่าการเดินทางไปต่างประเทศ 10 กว่าครั้งนั้นเกินครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องไป เป็นเรื่องอาเซียนที่มีการประชุมเป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งรัฐบาลเองยังเป็นน้องใหม่ เป็นผู้นำที่เพิ่งได้เข้าสู่ตำแหน่ง จำเป็นต้องมีการพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนนโยบายซึ่งกันและกันเพื่อให้ประเทศไทยมีตัวตนในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ World Economic Forum ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยไม่มีผู้นำเดินทางไปร่วมประชุมกว่า 12 ปีแล้ว ซึ่ง Meeting ต่าง ๆ ใน World Economic Forum เต็มไปด้วยคุณภาพ และเต็มไปด้วยขั้นตอนต่อไปที่เราสามารถนำมาให้ประโยชน์กับประชาชนทุกคนได้ ตลอดจนการเจรจา Free Trade Agreement (FTA) ก็มีผลสัมฤทธิ์ไปแล้ว และกำลังเดินหน้าต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น

นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวถึงในเรื่องการ Upgrade Aviation Hub ซึ่งเมื่อวานนี้ (2 เม.ย. 67) ได้มีการประกาศเรื่องแผนงานของการท่องเที่ยว เรื่องของ Finance center เรื่องของ Wellness ซึ่งกำลงทยอยออกมา อย่างไรก็ตามจะต้องใช้เวลา เพราะรัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น โดยเชื่อว่าทุกคนทำงานอย่างหนักและรัฐมนตรีทุกคนมีความปรารถนาดีกับประชาชน ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีข้อเสนอแนะ ยินดีรับฟัง ยินดีรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกคน รัฐมนตรีทุกคนพร้อมที่จะให้ความกระจ่างกับท่านสมาชิกทุกคนในทุกเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องของการกล่าวโทษหรือกล่าวหาก็ขอหลักฐานและเหตุผลด้วย เราจะได้ทำงานต่อไปได้ และสำหรับเรื่องกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าประเทศไทยหลังจากที่มีการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการก้าวหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่ดีขึ้น

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ