"อภิรักษ์"เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมอีสานระลอกใหม่, ภาคกลางยังต้องเฝ้าระวัง

ข่าวทั่วไป Thursday October 28, 2010 17:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย เป็นประธานในการประชุมเตรียมรับมือน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่น้ำลดกล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเตรียมเสนอคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.)จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว 1111 ในทุกพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น พร้อมประสานงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ติดตามและรายงานผลการดำเนินการ

อีกทั้งสั่งให้ทุกหน่วยงานเตรียมรับมือน้ำท่วมฉันพลันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บุรีรัมย์ สุรินทร์ โดยเฉพาะ จ. อุบลราชธานี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภค ที่พักอาศัยชั่วคราว เครื่องสูบน้ำ และอื่น ๆ พร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอีกระลอกในระหว่างวันที่ 2-9 พ.ย. 53

ทั้งนี้ ในวันที่ 29 ต.ค.53 ทางกองทุนผู้ประสบสาธารณภัย จะมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตในจังหวัดลพบุรี รายละ 50,000 บาท ซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือนอกเหนือจากกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ส่วนการทำงานของศูนย์ฯ นั้น จะมีการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับภาคเอกชน (ภาคหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธนาคารไทยฯ และ CSR club ) สมาคม อบจ. อบต. สันติบาตเทศบาล รวมถึงสำนักงานกองทุกสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)เครือข่ายภาคประชาชน จัดทำกระบวนการฟื้นฟูพื้นที่ และประชาชนผู้ประสบอุทกภัย

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ในปทุมธานี นนทบุรีและสมุทรปราการยังต้องเฝ้าระวังอยู่ เนื่องจากยังมีสถานการณ์น้ำขึ้น-ลง บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือน้ำขึ้นเวลา 10.00 น.สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 2.17 เมตร และน้ำขึ้นอีกครั้ง 19.10 น.สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 1.80 เมตร ขณะที่บริเวณหน้าป้อมพระจุลจอมเกล้าน้ำขึ้นเวลา 09.36 น.สูงกว่าระดับน้ำ ทะเลปานกลาง 1.95 เมตร ส่วนช่วงเย็นน้ำจะขึ้นอีกครั้งเวลา 18.19 น. สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 1.38 เมตร

ขณะที่ในที่ประชุมมีการรายงานการคาดการณ์ / เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงภัยระหว่าง 28 ต.ค.-9 พ.ย.ที่จะเกิดน้ำท่วมสูงมากขึ้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลุ่มน้ำมูล ขณะนี้น้ำเหนือทัพใหญ่ไหลมาที่ อ. สตึก บุรีรัมย์ สูงกว่าตลิ่ง 2.20 เมตร จากนั้นวันที่ 31 ต.ค. น้ำจะมาถึง อ.ราษีไศล ศรีสะเกษ และอ.เมืองอุบลราชธานี สูงกว่าตลิ่ง 1.50 เมตร คาดการณ์ว่าน้ำถึงอุบลราชธานีวันที่ 2 พ.ย. 3200 ลบ.ม/วินาที สูงกว่าตลิ่ง 1.40 เมตร เกิดภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ลุ่มน้ำชี น้ำเหนือฝั่งแม่น้ำชียังไหลมาต่อเนื่อง อยู่ที่ อ.โกสุมพิสัย จะผ่าน อ.เมือง อ.ฆ้องชัย จ.มหาสารคาม ในวันที่ 4 พ.ย. จากนั้นเข้าสู่ อ.ทุ่งเขาหลวง อ..เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และ อ.เมืองยโสธร ในวันที่ 6 พ.ย. จากนั้นเข้าสู่ อุบลราชธานี ในวันที่ 8-9 พ.ย. ทำให้น้ำล้นตลิ่ง ต้องเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบลุ่มแม่น้ำโขง ยังอยู่ในระดับทรงตัว แต่ต้องเฝ้าระวังเพื่อให้เจ้าหน้าที่เตือนภัยได้ทันท่วงที

ในพื้นที่ภาคกลาง ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม มีภาวะน้ำท่วมสูงขึ้นทุกอำเภอเนื่องจากน้ำเหนือยังไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูง อย่างไรก็ตามในช่วง 1-2 สัปดาห์ สถานการณ์จะคลี่คลายขึ้น เนื่องจากน้ำทะเลจะลดต่ำลง แต่ต้องเฝ้าระวังอีกครั้งในวันที่ 8 พ.ย. ที่น้ำทะเลสูงสุดในรอบเดือนพฤศจิกายน

ขณะที่ ภาคใต้ ฝนตกหนัก-หนักมาก กว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยที่ทางน้ำไหลผ่านและราบลุ่ม ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลลาก และน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งอาจเกิดภาวะน้ำท่วม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ