ครม.เห็นชอบขับเคลื่อนเทคโนโลยี CCS ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน วางรากฐานสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

ข่าวทั่วไป Tuesday January 6, 2026 13:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ครม.เห็นชอบขับเคลื่อนเทคโนโลยี CCS ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน วางรากฐานสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการดักจับและการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 และสอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (NDC) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ

ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างเป็นระบบ ครม.รับทราบและมอบหมายให้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นหน่วยประสานงานหลักในการบูรณาการและสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ นโยบาย ตลอดจนมาตรการและกลไกที่จำเป็น เพื่อผลักดันให้เกิดโครงการ CCS อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการ รับผิดชอบหลักในการกำกับดูแลและประสานหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานระยะศึกษาและประเมินศักยภาพการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นหินทางธรณีวิทยาในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ซึ่งครอบคลุมทั้งการเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือน และการเข้าพื้นที่เพื่อเจาะหลุมสำรวจ ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CCS

ครม.ยังรับทราบแนวทางการมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่จำเป็น เพื่อให้การศึกษาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสูงสุดตามวัตถุประสงค์ของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ อาทิ การพิจารณาให้สิทธิประโยชน์ในการนำผู้เชี่ยวชาญเข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย การพิจารณายกเว้นอากรนำเข้าวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นเฉพาะสำหรับโครงการ รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการและขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น โดยมีการจัดทำขอบเขตความร่วมมือเพื่อศึกษาและประเมินศักยภาพชั้นหินทางธรณีวิทยาในอ่าวไทยตอนบน และกำหนดกิจกรรมหลัก ได้แก่ การประมวลผลข้อมูลคลื่นไหวสะเทือน (Re-processing) การเข้าพื้นที่สำรวจวัดคลื่นไหวสะเทือนในอ่าวไทยตอนบนประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร (คาดว่าจะเริ่มในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2569) และการเจาะหลุมสำรวจพร้อมการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อประเมินศักยภาพเชิงลึก (คาดว่าจะเริ่มในปี 2570) ทั้งนี้หากผลการศึกษายืนยันความเหมาะสมและมีความพร้อมด้านกฎหมายรองรับ จะสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งบนบกและในทะเล เช่น สถานีรวบรวมก๊าซ หลุมอัดกลับ ท่อขนส่งใต้ทะเล และระบบติดตามเฝ้าระวัง เพื่อรองรับการดักจับและอัดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ตั้งแต่ปี 2577 เป็นต้นไป

"การขับเคลื่อนเทคโนโลยี CCS จะช่วยวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยรัฐบาลจะเร่งบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน" น.ส.ลลิดา กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ