นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ได้สั่งการให้ระงับสัญญาจ้างทั้งหมดของบมจ. บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างละเอียดภายหลังเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบสัญญาก่อสร้างของ ITD ที่มีในปัจจุบันกับกระทรวงคมนาคมว่ามีกี่สัญญา เบื้องต้นมีมากกว่า 10 สัญญา โดยให้หยุดการก่อสร้างทุกสัญญาไว้ก่อน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง วสท.และสภาวิศวกร หน่วยงาน เข้าไปตรวจสอบสภาพเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ว่ายังมีมาตรฐานหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหาก็ให้ทำงานต่อได้
ส่วน 2 สัญญาที่เกิดเหตุให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรมทางหลวง (ทล.) ในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งตรวจสอบระเบียบ ข้อกฎหมาย ให้ชัดเจนภายใน 7 วัน เพื่อยกเลิกสัญญาต่อไป
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การยกเลิกสัญญาได้ปรึกษากับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีได้มีข้อแนะนำเรื่องยกเลิกสัญญาตามกฎหมายปกครองสามารถทำได้ ขณะที่กรมบัญชีกลางรับทราบเรื่องนี้แล้ว และจะต้องหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบ 2 เหตุการณ์นี้ด้วย หากยกเลิกสัญญาแล้ว เอกชนฟ้องร้องก็ต้องยอมรับเพราะตามข้อกฎหมายปกครองและรัฐใช้อำนาจที่มีตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานฯไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับเหมาด้วย
"การยกเลิกสัญญา มีกฎหมายเกี่ยวข้องหลายส่วน เช่น กฎหมายสากล ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคมบอกว่า สามารถยกเลิกสัญญาได้ ในเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ นอกจากนี้ให้ไปดูเรื่องกฎหมายทางปกครองด้วย ว่าทำได้แค่ไหน หลังยกเลิกสัญญากับอิตาเลียนไทยฯแล้ว หน่วยงานก็หาวิธีที่จะดำเนินงานต่อให้เสร็จ โดยรถไฟไทย-จีน ที่เกิดเหตุเหลืองานอีกไม่ถึง 1% ส่วนยกระดับพระราม 2 ของกรมทางหลวงเหลืออีกประมาณ20 % ก็ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้เสร็จตามกำหนด"นายพิพัฒน์กล่าวสำหรับสัญญาก่อสร้างของบริษัทผู้รับจ้างรายอื่น ๆ นั้น ให้ดำเนินการก่อสร้างได้ตามปกติ แต่กระทรวงคมนาคม และ วสท.และสภาวิศวกร ร่วมกันส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจสอบทุกโครงการต่อไป และโครงการที่จะประมูลใหม่ในอนาคต กระทรวงคมนาคมจะเพิ่มมาตรการตรวจสอบบริษัทผู้รับเหมาและบริษัทที่ปรึกษาโครงการก่อนลงนามสัญญาอีกด้วย
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการฯ กล่าวว่า กรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย
หากมีความเสียหายอื่น ๆ หรือทรัพย์สินสูญหาย ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน