นางสาวอัยรินทร์ พันธ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่า ปีนี้อุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อน และ อาจสูงถึง 4243 องศาเซลเซียสในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพโดยหลีกเลี่ยงการทำงาน หรือ กิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นเวลานาน เพื่อลดความเสี่ยงอาจป่วยด้วยโรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heat stroke) ที่อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวว่า โรคฮีทสโตรก เกิดจากภาวะร่างกายร้อนจัดจนส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตต่อกลุ่มเสี่ยงที่เป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็กวัยทารกถึงอนุบาล เนื่องจากระบบระบายอากาศในร่างกายยังไม่สมบูรณ์ กลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคอ้วน รวมถึงอาชีพเสี่ยงทั้งในกลุ่มคนทำงานกลางแจ้ง อาทิ ทหาร ตำรวจ และ รปภ. เป็นต้น จึงขอแนะนำให้ลดกิจกรรมช่วงเวลา 11.00 น. ไปจนถึง 15.00 น. และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
ทั้งนี้ นางสาวอัยรินทร์ ย้ำว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชนทุกคน และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสาร ทำตามคำแนะนำของทางราชการ และป้องกันโรคฮีทสโตรกได้ง่ายๆ ดังนี้
1.ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ หากสูญเสียเหงื่อมาก ควรดื่มเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่
2.สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี ควรเลือกเสื้อผ้าสีอ่อน และไม่รัดแน่นจนเกินไป หลีกเลี่ยงใส่เสื้อ ผ้าสีทึบดำ เพราะจะสะสมความร้อนได้
3.ไม่ควรอยู่กลางแจ้งคนเดียว ควรอยู่เป็นกลุ่ม เพราะหากมีอาการผิดปกติ จะได้มีคนช่วยเหลือได้ทัน
4.หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีแดดจัดต่อเนื่องนานเกินไป หรือในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก
5.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
6.ห้ามทิ้งใครไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแดด โดยเฉพาะเด็กเล็ก
"ประชาชนสามารถสังเกตอาการได้ หากหน้ามืด เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หายใจเร็ว ใจสั่น หน้าแดง เหงื่อไม่ค่อยออก เป็นอาการเตือนความเสี่ยงฮีทสโตรก ต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น รีบพาเข้าพักในที่อุณหภูมิเย็น อากาศถ่ายเท ใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกพับ หน้าผาก คลายเสื้อผ้า ดื่มน้ำถ้ายังมีสติ ถ้าไม่มีน้ำเย็นให้ดื่มน้ำธรรมดา เพื่อระบายความร้อน ถ้าหมดสติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที" นางสาวอัยรินทร์ กล่าว