รัฐบาลห่วงราคาสินค้าผันผวน กำชับผู้ว่าฯ ทั่วปท.ดูแลประชาชน ปิดช่องร้านค้าฉวยโอกาส

ข่าวทั่วไป Monday March 9, 2026 17:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานการประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ทั้ง 76 จังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ พร้อมกำชับทุกจังหวัดยกระดับการเฝ้าระวังและคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเข้มข้น

นายสันติ กล่าวว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งไม่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายเมื่อใดนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แสดงความเป็นห่วง และมอบหมายให้ตนดูแลเรื่องที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะราคาสินค้าและบริการผันผวน และเปิดช่องให้เกิดการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคได้

โดย "ทองคำ" เป็นสินค้าที่ประชาชนให้ความสนใจลงทุนมากขึ้นในช่วงนี้ แม้ราคาทองคำมีความผันผวนอย่างรวดเร็ว จึงขอมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านทองที่อาจทำการเอาเปรียบผู้บริโภค และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหูเป็นตา และคอยสอดส่องร้านทองที่ทำธุรกิจไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค

นายสันติ ย้ำว่า การคุ้มครองผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้อง "เดินเกมเชิงรุก" เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนตั้งแต่ต้นทาง โดยรัฐบาลได้กำหนด 6 มาตรการเร่งด่วน เพื่อยกระดับการดูแลผู้บริโภคทั่วประเทศ ดังนี้

1. เปิดโหมดรับเรื่องร้องทุกข์เร่งด่วน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพิ่มสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์อีก 10 คู่สาย เพื่อให้ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาได้รวดเร็ว และได้รับการช่วยเหลือทันสถานการณ์

2. ลุยตรวจผู้ประกอบธุรกิจทั่วประเทศ เพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในชีวิตประจำวัน พร้อมเฝ้าระวังการโฆษณาที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด จนเกิดการกักตุนสินค้า หรือซื้อสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งเข้มงวดตรวจสอบฉลากสินค้า และหลักฐานการซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสารบรรจุถุง และถังก๊าซหุงต้ม ตลอดจนการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเช่าที่พักอาศัย ไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินไป เช่น ค่าไฟฟ้าอัตราสูงสุดไม่เกิน 4.88 บาท/หน่วย

3. ร้านค้าต้องเปิดทางเลือกการจ่ายเงิน ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ให้ผู้บริโภคสามารถชำระเงินได้หลายช่องทาง ทั้งเงินสด บัตรเครดิต และการโอนผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหากระบบสื่อสาร หรือพลังงานเกิดขัดข้อง

4. ซื้อออนไลน์ต้องปลอดภัย แนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง เช่น เครื่องประดับ ทองคำ หรือบริการลงทุน เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อพิพาทได้อย่างเป็นธรรม

5. คุมเข้มการซื้อขายทองคำ เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลฉลากทองคำรูปพรรณ และบูรณาการกับหน่วยงานด้านราคาสินค้าเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสจากความผันผวนของตลาดโลก

6. เร่งสร้างภูมิคุ้มกันผู้บริโภค เดินหน้าประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันสิทธิของตนเอง ทั้งเรื่องราคา คุณภาพ และมาตรฐานสินค้าและบริการ เพื่อให้สามารถตัดสินใจบริโภคได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

นายสันติ กล่าวว่า นอกจากมาตรการทั้ง 6 ข้อแล้ว ยังมีแผนปฏิบัติการบูรณาการระดับประเทศ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวอย่างจริงจังในระดับพื้นที่ พร้อมพิจารณาเพิ่มช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนตามบริบทของแต่ละจังหวัด


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ