นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านแรงงานในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ และพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 67,043 คน ล่าสุด มีแรงงานแจ้งความประสงค์ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย จำนวน 954 คน
นอกจากนี้ ยังมีแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล จำนวน 36 คน อิหร่าน 41 คน ซึ่งมีกำหนดการเดินทางกลับในวันนี้ (10 มี.ค.69) และจากซาอุดิอาระเบีย จำนวน 205 คน บาห์เรน 378 คน ซึ่งอาจมีจำนวนแรงงานไทยที่ประสงค์ขอกลับเพิ่ม ทั้งนี้อยู่ระหว่างการคัดแยก คูเวต 255 คน เลบานอน 4 คน จอร์แดน 7 คน และอิรัก 28 คน ซึ่งขณะนี้รอกำหนดการเดินทางกลับ
นายสันติ กล่าวว่า ภายหลังจากแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาแรงงานกลุ่มที่เดินทางกลับมา ดังนี้
1. ดูแลอำนวยความสะดวกและรับแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ โดยการ สแกน QR Code
กระทรวงแรงงาน ได้จัดทำคิวอาร์โค้ดเพื่อให้แรงงานที่ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ลงทะเบียนกรอกข้อมูลแจ้งความประสงค์ อาทิ
- ต้องการหางานทำในประเทศ
- ต้องการกลับไปทำงานในต่างประเทศ หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย
- ต้องการฝึกทักษะอาชีพ ฝึกภาษาต่างประเทศ อื่น ๆ
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะได้ให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามความประสงค์ของแรงงานไทยต่อไป
2. ดูแลอำนวยความสะดวกสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เนื่องจากการประกาศภาวะสงคราม กรณีที่ประเทศที่แรงงานทำงานอยู่ประกาศภาวะสงคราม สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ ดังนี้
- กรณีเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม จะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวนรายละ 15,000 บาท
- กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวน 30,000 บาท
- กรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวน 40,000 บาท
- กรณีจัดการศพในต่างประเทศ ทายาทจะได้รับค่าจัดการศพตามค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงไม่เกิน รายละ 40,000 บาท
โดยสามารถติดต่อขอรับสิทธิประโยชน์ได้ที่ กรมการจัดหางาน หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ
3. ลงพื้นที่ดูแลอำนวยความสะดวก แจ้งข้อมูลข่าวสารและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
กระทรวงแรงงาน ยังได้มอบหมายให้ แรงงานจังหวัดพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แรงงานไทยในการอัพเดท และดาวน์โหลด Application SMART TOEA และเปิดพิกัดตำแหน่งที่อยู่ เพื่อกระทรวงแรงงานสามารถติดต่อสื่อสาร และทราบพิกัดตำแหน่งได้ เพื่อจะได้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากมีเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ แรงงานจังหวัดพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน อาสาสมัครแรงงาน และบัณฑิตแรงงานในแต่ละจังหวัดที่แรงงานเดินทางกลับมา ลงพื้นที่พบปะแรงงานไทย ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ แจ้งสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมกรณีเคยเป็นผู้ประกันตน และประสานข้อมูล เพื่อติดตามค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้าง เงินภาษี เงินชดเชยจากต่างประเทศ เป็นต้น
นายสันติ กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางนั้น กระทรวงแรงงาน มีสำนักงานแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ รัฐอิสราเอล, สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ แก่แรงงานไทย