น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและรักษาความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งการดำเนินงานเชิงรุกของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 10 มีนาคม 2569 ได้มีการอำนวยความสะดวกและได้ประสานนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบสะสมแล้ว จำนวน 4,525 ราย ผ่านกลไกการทำงานหลัก 3 ช่องทาง ได้แก่
1.ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center : TAC) ซึ่งประจำอยู่ในท่าอากาศยานหลัก 5 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ได้ประสานเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว รวม 2,833 ราย
2.ศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤต (ศตท.) ผ่านสายด่วน 1672 ให้การประสานฯ จำนวน 918 ราย และ 3.สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ในพื้นที่ 32 จังหวัด ให้การประสานฯ จำนวน 774 ราย
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวต่อว่า เพื่อให้การประสานและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กำหนด 5 แนวทางสำคัญในการติดตามสถานการณ์และประสานงาน ประกอบด้วย
ด้านที่พัก ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการที่พักเพื่อจัดหาห้องพักในราคาพิเศษ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่นักท่องเที่ยว ปัจจุบันมีสถานประกอบการเข้าร่วม 74 แห่ง ใน 9 จังหวัด
ด้านการอำนวยความสะดวก เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ TAC ประจำท่าอากาศยานหลักทั้ง 5 แห่ง เพื่อให้บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด
ด้านข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งข้อมูลทางการที่เชื่อถือได้ เพื่อลดความสับสนและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว
ด้านการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถานเอกอัครราชทูต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสายการบิน เพื่อแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณีอย่างรวดเร็ว
ด้านการบูรณาการความร่วมมือ ประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้อำนวยความสะดวกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ
"กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกท่าน พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดการเดินทางและการพำนักในประเทศไทย พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องในการติดตามสถานการณ์เพื่อให้การดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด" นางสาวอัยรินทร์ ระบุ