นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายประหยัดพลังงาน ในทุกหน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร 77 หน่วยงานอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ภายใต้สถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
โดยเร่งขับเคลื่อน "มาตรการประหยัดพลังงาน กทม. 2569" จำนวน 27 มาตรการ เพื่อลดการใช้พลังงานในองค์กร และบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าการให้บริการขั้นพื้นฐาน ได้แก่ รถเก็บขยะ รถพยาบาลฉุกเฉิน รถดับเพลิง ภารกิจด้านความปลอดภัยและสาธารณสุข จะยังคงดำเนินการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

- ชูมาตรการ "รัดเข็มขัด" สอดรับนโยบายรัฐบาล-มหาดไทย
จากสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานรวม 27 มาตรการ ซึ่งครอบคลุมทั้งมาตรการเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล ข้อสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย และนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. โดยมีเป้าหมายหลักในการ "รัดเข็มขัด" ภายในหน่วยงานราชการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยไม่ให้กระทบต่อภารกิจหลักในการดูแลประชาชน ทั้งการปรับพฤติกรรมในที่ทำงาน เน้นทำงานออนไลน์ ประหยัดไฟ และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส

สำหรับมาตรการภายในที่สำคัญ กทม. ได้ขอความร่วมมือข้าราชการและบุคลากรปฏิบัติตามแนวทาง อาทิ
- ลดใช้รถยนต์ส่วนกลาง 20% เน้นบริหารจัดการ ไม่กระทบภารกิจหลัก
หนึ่งในมาตรการสำคัญของกทม. คือ การลดการใช้พลังงานจากรถยนต์ส่วนกลาง ลงอย่างน้อย 20% โดยเน้นการวางแผนเส้นทาง การใช้รถร่วมกัน (Car Pool) และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดให้รถยนต์ส่วนกลางทุกคัน ต้องตรวจสภาพตามรอบ 100% เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง รวมถึงการจัดทำแผนการเดินทางในการใช้รถราชการรับ-ส่งเอกสาร และบุคลากร
ทั้งนี้ กทม. ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อบริการจำเป็นของประชาชน ได้แก่ รถเก็บขยะ รถพยาบาลฉุกเฉิน รถดับเพลิง และภารกิจด้านความปลอดภัยและสาธารณสุข

- แก้ปัญหาจราจร ลดการสิ้นเปลืองพลังงานในเมือง
กทม. ได้มอบหมายให้สำนักการจราจรและขนส่ง สำรวจแยกที่มีปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อประสานการทำงานร่วมกับตำรวจจราจรในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการแก้ไขปัญหา มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดเวลาการจอดติดไฟแดง ลดการใช้น้ำมันโดยไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางในเมือง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางลดการใช้พลังงานในภาคขนส่ง ที่เป็นหนึ่งในแหล่งใช้พลังงานหลักของประเทศ
- การเดินทาง และการปฏิบัติราชการของบุคลากร
กทม. สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ใช้การ Work From Home (WFH) ในภารกิจที่ไม่กระทบต่อประชาชน และรณรงค์ให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือการใช้รถร่วมกัน (Car Pool) แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมาทำงาน งดการเดินทางไปต่างประเทศ และเน้นการประชุมผ่านระบบออนไลน์มากกว่า 80% เพื่อลดการเดินทาง
- ด้านการใช้พลังงานในอาคาร กำหนดให้ทุกหน่วยงานเปิดเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียส งดการสวมสูทผูกเนกไทในวันทำงานปกติ (หากไม่ใช่งานพิธีการ) ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นหลังเลิกงาน ลดการใช้ลิฟต์ และลดการใช้กระดาษลง 30-50%
- ชวนประชาชนคัดแยกขยะ ลดพลังงานทั้งระบบ
กทม. ขอความร่วมมือจากประชาชนในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณขยะที่จะต้องจัดเก็บ ช่วยลดจำนวนเที่ยวรถเก็บขยะ และลดพลังงานในกระบวนการขนส่ง โดยทิ้งขยะให้ตรงเวลาตามรอบนัดหมาย ณ จุดที่กำหนดเท่านั้น เพื่อให้รถขยะเข้าเก็บตามรอบปกติ ไม่ต้องเพิ่ม "ชุดเร่งด่วน" ออกไปเก็บนอกเวลา ซึ่งจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงของรถขนส่งขยะได้อย่างมาก
แนวทางนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงาน การขนส่ง และการจัดการขยะ ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยสำคัญของเมือง