จับตา "ซูเปอร์เอลนีโญ" หากเกิดจริง..กระทบไทยแค่ไหน? GISTDA แนะเตรียมรับมือผ่านวิกฤต

ข่าวทั่วไป Monday March 23, 2026 13:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

จับตา

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" (El Nino) เป็นสิ่งที่เรารู้จักกันดี ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังของความแห้งแล้งและอากาศที่ร้อนจัด แต่เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยอย่างรุนแรง (เกิน 1.5 ถึง 2 องศาเซลเซียส) เราจึงจะก้าวเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Nino) นำมาซึ่งความแปรปรวนของสภาพอากาศที่รุนแรง และยาวนานกว่าปกติ

สำหรับประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน วิกฤตนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของลมฟ้าอากาศ แต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และวิถีชีวิต (ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิด คาดว่าจะเริ่มเห็นชัดช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569)

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ระบุว่า หากเกิด "ซูเปอร์เอลนีโญ" ขึ้นจริง วิกฤติสภาพอากาศและผลกระทบต่อไทย จะเป็นอย่างไรบ้าง?

*ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อประเทศไทย และอาเซียน (หากเกิด)

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดเปราะบางที่สุดเมื่อเกิดซูเปอร์เอลนีโญ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน มีดังนี้

- วิกฤตภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ปริมาณฝนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน แหล่งน้ำธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำกักเก็บลดลง กระทบโดยตรงต่อน้ำอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม

- ผลกระทบด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก จะเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำ (เช่น ข้าว น้ำตาล ปาล์มน้ำมัน) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสินค้าเกษตรขาดตลาด และราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

- ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันข้ามพรมแดน (PM2.5) อากาศที่แห้งและร้อนจัด เป็นตัวเร่งให้เกิดไฟป่าได้ง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าพรุของอินโดนีเซีย และพื้นที่การเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนทวีความรุนแรง กระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งภูมิภาค

- คลื่นความร้อน (Heatwave) อุณหภูมิที่พุ่งสูงทำลายสถิติ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้า (เพื่อทำความเย็น) พุ่งสูงจนอาจเกิดความไม่มั่นคงทางพลังงาน

*เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศสำคัญกับเรื่องนี้อย่างไร?

ในยุคที่ข้อมูลคืออาวุธสำคัญที่สุด GISTDA ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อสนับสนุนการใช้งานและประยุกต์ใช้ในภารกิจต่างๆของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ

- การติดตามสถานการณ์น้ำ (Water Monitoring) ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม (เช่น ดาวเทียม THEOS-2) เพื่อประเมินพื้นที่ผิวน้ำทั่วประเทศแบบ near real-time ทำให้รู้ว่าอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติใดกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต เพื่อวางแผนระบายหรือจัดสรรน้ำได้อย่างแม่นยำ

- ประเมินความเสียหายและสุขภาพพืชพรรณ (Agricultural Assessment) ข้อมูลภูมิสารสนเทศสามารถวิเคราะห์ "ดัชนีความเขียวของพืช" หากพื้นที่ใดเริ่มมีสัญญาณความแห้งแล้ง สามารถส่งข้อมูลเตือนภัยให้หน่วยงานเกษตรเข้าไปช่วยเหลือ หรือแนะนำการปรับเปลี่ยนพืชล่วงหน้าก่อนที่ผลผลิตจะตายยืนต้น

- การตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot Detection) ดาวเทียมสามารถตรวจจับจุดความร้อนที่เกิดจากไฟป่า หรือการเผาทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในไทยแต่คลุมทั้งอาเซียน ข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้ในการสั่งการควบคุมและดับไฟป่า รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่นควัน (สามารถติดตามข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันอย่าง "เช็คฝุ่น")

- สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Data-Driven Policy) GISTDA ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหมด จัดทำเป็นแผนที่เสี่ยงภัยแล้ง เพื่อให้คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานบริหารจัดการน้ำ ใช้ตัดสินใจประกาศเขตพื้นที่ประสบภัย และอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือได้อย่างมีหลักฐานอ้างอิง

*แผนการรับมือ การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความสูญเสีย

1.การบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนประหยัดน้ำ กักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกลงมาให้ได้มากที่สุด และจัดสรรน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการหาแหล่งน้ำสำรอง

2.การปรับตัวภาคการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชอายุสั้น เลื่อนเวลาการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณฝน และการทำประกันภัยพืชผล

3.ความร่วมมือระดับภูมิภาค (ASEAN) บังคับใช้และยกระดับข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมการเผาในที่โล่งและไฟป่า

4.การเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข เตรียมระบบสาธารณสุขให้พร้อมรับมือกับโรคที่มากับความร้อน (Heatstroke) และโรคระบบทางเดินหายใจจาก PM2.5

ทั้งนี้ ซูเปอร์เอลนีโญ เป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถลดทอนผลกระทบได้อย่างมหาศาลหากมีการเตรียมความพร้อมที่ดี การบูรณาการแผนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ประชาชน และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศอย่างที่เต็มที่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยและอาเซียนผ่านพ้นวิกฤตสภาพอากาศนี้ไปได้


แท็ก อาเซียน   GIS  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ