ใจยังสั่น ! แม้เหตุการณ์ "แผ่นดินไหว" ครั้งใหญ่จะใกล้ครบรอบ 1 ปีแล้ว แต่เชื่อว่าความกลัวและความวุ่นวายในวันนั้นก็ยังติดอยู่ในใจใครหลายคน
ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าเจ้าของบ้าน เจ้าของคอนโดก็คงสะพรึงกันไม่น้อย กับรอยแตก รอยร้าว รอยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว สารพัดปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริโภค ที่จนวันนี้ก็อาจมีบางคนยังไม่ได้รับเงินเยียวยา !?
"Talk Time" EP.นี้ จะไปพูดคุยกับนายโสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่จะมาเล่าถึงภาพรวมปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึง How to การร้องเรียน ว่าถ้าใครยังไม่ได้รับเงิน ต้องทำยังไงต่อ !?
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ใกล้จะครบรอบ 1 ปีแล้ว แม้ว่าทางสภาองค์กรของผู้บริโภค จะได้รับเรื่องร้องเรียนเพียง 20-30 เคสเท่านั้น แต่เชื่อว่าน่าจะยังมีผู้บริโภคอีกจำนวนไม่น้อยที่ได้รับความเดือดร้อน แต่อาจจะไม่ได้เข้ามาร้องเรียนกับทางสภาฯ
จากเคสที่เข้ามา สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาในแง่มุมต่าง ๆ อาทิ
การเคลมประกันล่าช้า : ผู้บริโภคยื่นเรื่องทันทีหลังเกิดเหตุ แต่ผ่านไปเป็นเดือนก็ยังไม่ได้เงิน ซึ่งถือเป็นการประวิงเวลา เข้าข่ายผิดกฎหมาย
การซ่อมแซมที่ไม่มีคุณภาพ : แม้จะมีการซ่อมแซม แต่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายหรือรอยร้าวซ้ำซาก
ความไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย : บางคนบ้าน-คอนโดร้าวจนอยู่ไม่ได้ ต้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย และต้องการเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้
ปัญหาในฐานะผู้เช่า : ห้องพักเสียหายจนอยู่ไม่ได้ ผู้เช่าจึงอยากเลิกสัญญาและขอเงินมัดจำคืน แต่ถูกปฏิเสธ ซึ่งตามสิทธิ์แล้ว หากอยู่เกินกึ่งหนึ่งของสัญญาและเกิดเหตุที่ทำให้ห้องไม่พร้อมอยู่ ผู้เช่ามีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาและต้องได้เงินมัดจำคืน เพราะเหตุแผ่นดินไหวไม่ใช่ความผิดของผู้เช่า
หากใครประสบปัญหาไม่ได้รับเงินเยียวยา หรือไม่ได้รับเงินเยียวยาที่เหมาะสม มีแนวทางดังนี้
กรณีประกันจ่ายเงินล่าช้า : ให้ร้องเรียนไปที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพราะการประวิงค่าสินไหมมีความผิดตามกฎหมาย และ คปภ. มีอำนาจสั่งปรับได้
หากติดต่อ คปภ. แล้วยังมีความล่าช้า สามารถขอความช่วยเหลือจากสภาผู้บริโภค ติดต่อได้ที่สายด่วน 1502 หรือทางเว็บไซต์ เพื่อให้ช่วยประสานงานติดตามต่อไป
อย่าเชื่อคำพูดเซลล์ : ข้อมูลการตลาดหรือของแถมต่าง ๆ ถ้าจะให้ได้จริง ต้องระบุในสัญญาเท่านั้น
ตรวจสอบประวัติบริษัท : ควรเช็คประวัติของเจ้าของโครงการก่อนตัดสินใจซื้อ
ห้ามรับโอนหากมีปัญหา : หากห้องมีรอยร้าวหรือความบกพร่อง อย่ารีบรับโอน เมื่อเงินยังอยู่ที่เรา ทำให้อำนาจต่อรองก็ยังอยู่ที่เรา
"ที่สำคัญคือ เราแก้ไขสัญญาได้ ผู้ซื้อมีสิทธิ์ขอแก้ไขข้อความในสัญญาที่ไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ ถ้าเขาไม่ยอมให้แก้ ก็ไม่ต้องซื้อ ไปซื้อที่อื่น" นายโสภณกล่าวไม่ใช่แค่เรื่องแผ่นดินไหว แต่รวมถึงเมื่อเกิด "ภัยพิบัติ" รัฐควรมีมาตรการเบื้องต้นให้เร็วและง่าย ดังนี้
ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และควรมีระบบรับเรื่องแบบออนไลน์
ทำระบบเตือนภัยล่วงหน้าให้มีประสิทธิภาพ ลดความเสียหาย
ปรับวงเงินเยียวยาให้เหมาะสม : เงินเยียวยาปัจจุบัน กรณีเสียชีวิตอยู่ที่ 30,000 บาท หากเป็นหัวหน้าครอบครัว 70,000 บาท นั้นน้อยเกินไป นำไปจ่ายค่าจัดงานศพบางทียังไม่พอ
ข้อเสนอใหม่ : กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ควรได้รับอย่างน้อย 8 ล้านบาท เพื่อให้ครอบครัวอยู่ต่อได้ และเยียวยาจิตใจด้วย และกรณีบาดเจ็บสาหัสควรได้ประมาณ 2 ล้านบาท และบาดเจ็บทั่วไป 8 แสนถึง 1 ล้านบาท ตามความเหมาะสม
https://youtu.be/PW6jILejuII