นายกฯ งัดไม้แข็งแก้ PM2.5 สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ถอดบทเรียนหยุดวิกฤตซ้ำซาก ก่อนเสียโอกาสมากกว่านี้

ข่าวทั่วไป Monday April 20, 2026 15:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายกฯ งัดไม้แข็งแก้ PM2.5 สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ถอดบทเรียนหยุดวิกฤตซ้ำซาก ก่อนเสียโอกาสมากกว่านี้

นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 โดยกล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า การประชุมวันนี้เพื่อติดตามและหาทางแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะเรื่องไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM2.5 สารพิษในแม่น้ำ ภัยแล้ง และอยากให้ที่ประชุมหารือเตรียมการป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้งด้วย เพราะอีกไม่กี่วันจะเข้าสู่ฤดูฝน

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ต้องถอดบทเรียนจากปีที่ผ่านมา เพื่อลดความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และระบบเศรษฐกิจ ซึ่งตนรับฟังปัญหา จากทั้งรายงานของส่วนราชการ การลงพื้นที่ และการอภิปรายในสภาฯ และยอมรับว่า ปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาที่หนักหน่วง โดยปัจจัยมาจากการเผาทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งความกดอากาศ

นายกฯ งัดไม้แข็งแก้ PM2.5 สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ถอดบทเรียนหยุดวิกฤตซ้ำซาก ก่อนเสียโอกาสมากกว่านี้

ซึ่งการเผาในประเทศ เจ้าหน้าที่ต้องกวดขันป้องกันการเผาป่า ขณะที่การเผาของประเทศเพื่อนบ้าน ต้องใช้มาตราการให้เขารู้ว่า หากยังทำอยู่จะกระทบความสัมพันธ์อย่างไร แต่เรื่องสภาพอากาศต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย สิ่งที่ตนให้ความสำคัญอย่างที่สุด คือ เรื่องสุขภาพของประชาชน ต้องช่วยเหลือให้มากที่สุด เพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนไม่ได้รับผลกระทบจนเกิดอันตรายในระยะยาว

"อยากให้ทุกท่าน แลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อยกระดับการทำงานให้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งการช่วยเหลือ การสนับสนุน การอำนวยความสะดวก การรักษาสุขภาพ และที่ต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษ คือ การบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดเด็ดขาด" นายกรัฐมนตรี กล่าว

พร้อมระบุว่า ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงาน ทั้งภาพใหญ่ และภาพย่อย เพื่อให้การดำเนินการทุกอย่างบรรลุผลสูงสุด ด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อประโยชน์ของประชาชน และประโยชน์ของจังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาค

นายกฯ งัดไม้แข็งแก้ PM2.5 สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ถอดบทเรียนหยุดวิกฤตซ้ำซาก ก่อนเสียโอกาสมากกว่านี้"ปีนี้ ผมเห็นด้วยตัวเองว่า ประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือตอนบน เสียโอกาสอย่างมากในการเสริมสร้างรายได้ให้ประชาชน การสร้างโอกาสทำมาหากิน และการทำให้ระบบเศรษฐกิจที่ควรจะเติบโตมากกว่านี้ ก็ทำให้ไม่ได้ เพราะสภาพปัญหาไฟป่าหมอกควัน ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ เพราะสักวันหนึ่งความมั่นใจจะหายไป และจะมีแต่ความแร้นแค้น ความลำบากในพื้นที่แห่งนี้" นายอนุทิน กล่าว

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า สิ่งนี้ยังพอแก้ไขได้ ขอให้ทำในสิ่งที่เราควบคุมได้ ส่วนสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม และเป็นเรื่องธรรมชาติ ก็จะใช้เทคโนโลยี หลักวิชาการต่าง ๆ มาดำเนินการต่อไป ขอให้ทุกคนช่วยกันหาทางออก การมาครั้งนี้ต้องไม่เสียเที่ยว ต้องมีทางออกมีแนวทางการดำเนินการเกิดขึ้น ซึ่งตนพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ภารกิจบรรลุเป้าหมาย

  • นายกฯ สั่งบริหารแบบ "Single Command" คุมไฟป่า-ฝุ่น PM2.5

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมให้การบริหารจัดการเป็นแบบ "Single Command" โดยมอบอำนาจการตัดสินใจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการในพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จ พร้อมจัดตั้งวอร์รูมและเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยผลการประชุมต้องนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้ศักยภาพของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนงบประมาณ กำลังคน และทรัพยากรอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด

ทั้งนี้ ในภาพรวมของสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควัน ปัจจุบันพบจุดความร้อนในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านสะสมกว่า 500,000 จุด ขณะที่ในประเทศไทย จุดความร้อนส่วนใหญ่ยังคงเกิดในพื้นที่ป่า กว่า 40,989 จุด รองลงมาเป็นพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะไร่ข้าวโพดและพื้นที่ไร่หมุนเวียน 2,951 จุด และ พื้นที่เกษตรอื่นๆ 2,109 จุด

โดยรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกควบคู่กัน ทั้งการรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่เกษตร การส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกร รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่บางจังหวัดดีขึ้น อย่างเชียงใหม่ จำนวนจุดความร้อนลดลงจากหลักหมื่นจุด เหลือในพื้นที่เกษตรเพียง 26 จุด และในพื้นที่ ส.ป.ก. 225 จุด

ส่วนปัจจัยจากภายนอกประเทศ พบว่า ฝุ่น PM2.5 ประมาณ 30-40 % เป็นฝุ่นข้ามแดน รัฐบาลจึงใช้ทั้งกลไกความร่วมมือในระดับอาเซียนควบคู่กับมาตรการภายในประเทศ โดยเฉพาะการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดจากการเผา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าข้าวโพดลดลง 70 % สะท้อนถึงความเข้มงวดของมาตรการและการปรับตัวของผู้นำเข้า

ด้านสภาพอากาศ ปีนี้มีความแห้งแล้งมากกว่าปกติ ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย และคาดว่าจะมีปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงกลางปี ซึ่งอาจทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย รัฐบาลจึงได้สั่งการให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด กำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งล่วงหน้า และเพิ่มการกักเก็บน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ โดยปัจจุบันยังไม่พบพื้นที่ขาดแคลนน้ำ

ขณะเดียวกัน คาดว่า หลังวันที่ 21 เมษายน สภาพอากาศจะเอื้อต่อการทำฝนหลวงมากขึ้น เนื่องจากค่าความชื้นสัมพัทธ์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นได้ในระยะต่อไป

ในด้านการดูแลสุขภาพประชาชน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้มีความพร้อมด้านยารักษาโรคทางเดินหายใจอย่างเพียงพอ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมในสถานพยาบาล ทั้งการจัดตั้งห้องปลอดฝุ่น คลินิกปลอดฝุ่น การให้บริการทางไกล และการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น N95 กว่า 5 ล้านชิ้น เพื่อดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง

  • ให้กำลังใจ จนท.-ตรวจความพร้อม ฮ.ดับไฟป่า-รถวัดฝุ่น PM2.5

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมปฏิบัติการภาคสนาม ณ ฐานการบินกองพลทหารราบที่ 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ รวมทั้งตรวจความพร้อมของรถสถานีตรวจวัดฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งติดตั้งในจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อใช้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนข้อมูลคุณภาพอากาศ จะถูกนำมาใช้ในการแจ้งเตือนประชาชน ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai เป็นหลัก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ