รู้จักโรคไข้ดิน!! สธ. ยกระดับเฝ้าระวังหลังพบผู้ป่วย 752 ราย เสียชีวิตแล้ว 23 ราย

ข่าวทั่วไป Tuesday April 21, 2026 15:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

รู้จักโรคไข้ดิน!! สธ. ยกระดับเฝ้าระวังหลังพบผู้ป่วย 752 ราย เสียชีวิตแล้ว 23 ราย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ติดตามสถานการณ์โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) หรือโรคไข้ดินอย่างใกล้ชิด ล่าสุดปี 69 พบผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสสะสม 752 ราย เสียชีวิตแล้ว 23 ราย แนะนำคนกลุ่มเสี่ยงที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำ ไม่ควรเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า หรือแช่น้ำเป็นเวลานานเพื่อป้องกันโรคเมลิออยโดสิส ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ นาข้าว ท้องไร่ แปลงผัก สวนยาง และบ่อน้ำ หากจำเป็นต้องทำงานสัมผัสกับน้ำและดินที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน หรือมีบาดแผลขีดข่วนที่ผิวหนัง ควรสวมรองเท้าบูทเพื่อป้องกัน เมื่อเสร็จภารกิจให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที และหากมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์

รู้จักโรคไข้ดิน!! สธ. ยกระดับเฝ้าระวังหลังพบผู้ป่วย 752 ราย เสียชีวิตแล้ว 23 ราย

นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึง สถานการณ์ทางระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-18 เม.ย. 69 พบจำนวนผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสสะสม 752 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.16 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 23 ราย คิดเป็นอัตราตาย 0.035 ต่อประชากรแสนคน ผู้ป่วยครึ่งหนึ่ง (376 ราย) ต้องเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาล โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่ม 60 ปีขึ้นไป 329 ราย รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 50-59 ปี 215 ราย และกลุ่มอายุ 40-49 ปี จำนวน 100 ราย

รู้จักโรคไข้ดิน!! สธ. ยกระดับเฝ้าระวังหลังพบผู้ป่วย 752 ราย เสียชีวิตแล้ว 23 ราย

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมจำนวนผู้ป่วยยังไม่สูงเนื่องจากยังมิได้เข้าสู่ฤดูกาลแพร่ระบาดสูงสุดในช่วงฤดูฝน (พ.ค.-ส.ค.) แต่จากสถิติอัตราการเสียชีวิต และการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของผู้ป่วยที่ค่อนข้างสูงในช่วงนี้ กรมควบคุมโรคจึงมีความจำเป็นในการเฝ้าระวัง และควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ และวัยแรงงาน ที่มีปัจจัยโน้มนำ (Predisposing factor) จากโรคประจำตัว โดยเฉพาะ "โรคเบาหวาน" นอกจากนี้ ระบบภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามวัย และพฤติกรรมเสี่ยงจากการสัมผัสดินหรือน้ำในภาคเกษตรกรรม ส่งผลให้การติดเชื้อมีโอกาสรุนแรงและเสียชีวิตได้

รู้จักโรคไข้ดิน!! สธ. ยกระดับเฝ้าระวังหลังพบผู้ป่วย 752 ราย เสียชีวิตแล้ว 23 ราย

นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ที่พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ และมีความคงทนในสิ่งแวดล้อม เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้จากการสัมผัสน้ำหรือดิน การดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ และการสูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป หลังติดเชื้อ 1-21 วัน มักพบอาการป่วย ในผู้ป่วยบางรายอาจมีระยะฟักตัวของเชื้อนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับ และภูมิต้านทานของผู้ป่วยแต่ละคน

สำหรับอาการของโรคนี้ ไม่มีลักษณะเฉพาะ และมีความคล้ายโรคติดเชื้ออื่น เช่น มีไข้สูง หายใจหอบเหนื่อย ไอเรื้อรัง อาจมีฝีที่ผิวหนัง ปวดท้อง ปวดข้อ ปวดกระดูก บางรายพบอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ส่วนใหญ่อาการของผู้ป่วยมักจะเริ่มจากอาการไข้ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับโรคติดเชื้ออื่น ส่งผลให้การวินิจฉัยในระยะแรกทำได้ยาก จึงมีความจำเป็นต้องใช้วิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยการเพาะเชื้อเพื่อยืนยันผล

อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถป้องกันได้ ดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หากจำเป็นควรสวมรองเท้าบูท หรือถุงพลาสติกหุ้มรองเท้าไม่ให้เท้าสัมผัสน้ำโดยตรง กรณีมีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะแห้งสนิท

2. รักษาความสะอาดของร่างกายด้วยการล้างมือและเท้าด้วยน้ำสบู่บ่อยครั้ง และอาบน้ำทันทีหลังจากลุยน้ำ

3. รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ดื่มน้ำในบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานหรือน้ำต้มสุกทุกครั้ง

4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย หรืออยู่ท่ามกลางสายฝน

5. หากมีอาการไข้สูงต่อเนื่อง 2 วัน ร่วมกับมีประวัติการสัมผัสดินและน้ำ ให้รีบพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคนี้จะมิได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชาชนทั่วไป แต่มีความรุนแรงในกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งข้อมูลทางระบาดวิทยาระบุว่า ประมาณ 90% ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวานร่วมด้วย นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรกรและผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังยังจัดเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากโรคนี้มักมีการระบาดตามฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หรือในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการรักษาคือ การมารับการรักษา และการวินิจฉัยที่ล่าช้า กรมควบคุมโรคจึงขอเน้นย้ำให้กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไป หากมีอาการป่วยให้รีบไปรับการรักษา และแจ้งประวัติการสัมผัสดินและน้ำต่อบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างทันท่วงทีและลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ