น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มีข้อสั่งการเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่เดือนพฤษภาคมแล้ว และจะมีสถานการณ์เอลนีโญ จึงเน้นย้ำในการดูแลประชาชนเริ่มตั้งแต่การป้องกัน ขอใหกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับการป้องกันดูแลประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง
1.ต้องให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคที่สะอาด พอเพียง
2.ต้องมีมาตรการให้เกษตรกร ทำการเกษตรให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและมีรายได้ที่เหมาะสม
3.ต้องดูแลการเข้าถึงน้ำในภาคอุตสาหกรรม หรือจะต้องให้ได้รับผลกระทบที่น้อยที่สุดจากปัญหาภัยแล้ง
นอกจากนี้จะมีการผลักดันพระราชบัญญัติป่าชุมชน ซึ่งเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ต้องการให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการผลักดันพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นสำคัญที่จะทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาป่า พร้อมได้รับประโยชน์จากการดูแลรักษาป่า
โดยคนในชุมชนและกรรมการในชุมชน สามารถสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งปัจจุบันรายได้จากการขายคาร์บอนได้ประมาณ 5% แต่หากรัฐบาลสามารถผลักดันพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านการเห็นชอบจากสภาฯ จะทำให้รายได้ทั้งหมดของการขายคาร์บอนเครดิตตกอยู่ที่ประชาชน คือ คนในพื้นที่ในชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 11,000 แห่ง จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันให้คนอยู่กับป่า และประชาชนได้มีรายได้