คืบหน้าเหตุรถไฟชนรถเมล์ใกล้สถานี ARL มักกะสัน เสียชีวิต 8 ราย-นายกฯ สั่งเร่งช่วยเหลือเต็มที่

ข่าวทั่วไป Saturday May 16, 2026 18:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ความคืบหน้า กรณีอุบัติเหตุรถไฟซึ่งเป็นขบวนรถสินค้า ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชนกับรถเมล์ปรับอากาศ สาย 206 ที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง ตั้งแต่เมื่อช่วงเวลา 15.42 น. ที่ผ่านมานั้น

นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นถึงสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ พบว่า รถเมล์ปรับอากาศ สาย 206 จอดติดไฟแดงในลักษณะจอดคร่อมทางรถไฟ ซึ่งในขณะนั้นมีปริมาณรถสะสม และติดขัดต่อเนื่องเป็นระยะทางยาว

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงเป็นเหตุสุดวิสัย ที่ทำให้รถเมล์คันดังกล่าวไม่สามารถเคลื่อนตัวออกจากทางรถไฟได้ทันเวลา ซึ่งเป็นจังหวะที่ขบวนรถไฟพุ่งผ่านเข้ามาในจุดตัดพอดี จึงเกิดเหตุชนเข้าอย่างรุนแรง โดยล่าสุด มีการยืนยันยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 8 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้โดยสารที่อยู่บนรถเมล์คันดังกล่าว

ขณะที่มีรายงานว่า จำนวนผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้นอยู่ที่ 25 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้นำส่งผู้บาดเจ็บกระจายไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ อาทิ รพ.ราชวิถี รพ.รามาธิบดี และ รพ.พระมงกุฎเกล้า

ทั้งนี้ สำหรับผลกระทบต่อระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) มักกะสัน ซึ่งอยู่เหนือจุดเกิดเหตุนั้น ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควันเพลิงไหม้ลอยตัวขึ้นมาปกคลุมชานชาลา เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารจึงได้ปิดสถานีมักกะสันชั่วคราว และให้ขบวนรถไฟฟ้าวิ่งผ่านโดยไม่จอด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะควบคุมเพลิงด้านล่างได้สำเร็จ และระบบรถไฟฟ้า ARL ได้กลับมาเปิดให้บริการสถานีมักกะสันตามปกติแล้ว

  • นายกฯ กำชับหน่วยงานเร่งช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้รับรายงานอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต อำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาล และตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แล้ว ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้บาดเจ็บ โดยสั่งการให้ รพ.เลิดสิน รพ.นพรัตนราชธานี และ รพ.ราชวิถี เตรียมศักยภาพรองรับทั้งห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ห้อง ICU และ Burn Unit พร้อมสำรองโลหิตอย่างเพียงพอ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ