กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยืนยัน ประเทศไทยยังไม่พบโรคติดเชื้อไวรัส "อีโบลา" พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ติดตามผู้เดินทางจาก "คองโก" และ "ยูกันดา" หรือพื้นที่เสี่ยงภายใน 21 วัน อย่างใกล้ชิด
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า โรคติดเชื้อไวรัส "อีโบลา" เป็นโรคติดต่ออันตรายที่เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Orthoebolavirus สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรืออวัยวะของผู้ติดเชื้อ รวมถึงพื้นผิวหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ ตลอดจนการสัมผัสสัตว์ป่าที่มีเชื้อ เช่น ค้างคาว ลิง หรือสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ
ทั้งนี้ โรคนี้ไม่ติดต่อผ่านทางอากาศ ผู้ป่วยมักมีอาการเริ่มต้น ได้แก่ ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการท้องเสีย อาเจียน ผื่น ไตและตับไม่ทำงาน บางรายมีเลือดออกร้ายแรง โดยโรคนี้ มีระยะฟักตัวประมาณ 2-21 วัน และถือเป็นโรคที่มีอัตราป่วยตายสูง
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา แต่ยังคงยกระดับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการติดตามผู้เดินทางจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก สาธารณรัฐยูกันดา หรือพื้นที่เสี่ยงภายใน 21 วัน อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการคัดกรองผู้ป่วยสงสัยในสถานพยาบาลทุกระดับ และการสอบสวนโรคอย่างรวดเร็วเมื่อพบความผิดปกติ
พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของระบบบริการสาธารณสุขอย่างรอบด้าน ทั้งห้องแยกผู้ป่วย อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และระบบห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจยืนยันเชื้อ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ขอความร่วมมือประชาชน ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ โดยล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือผู้เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา รับประทานอาหารปรุงสุก และหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าหรือซากสัตว์โดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปยังประเทศพื้นที่เสี่ยง คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา หากเดินทางกลับมาแล้วภายใน 21 วัน มีอาการไข้หรืออาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ที่เข้มแข็ง สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพของประชาชน หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422