เคยไหม ซื้อของมือหนึ่งแต่ได้ของพัง? ปัญหาที่สร้างฝันร้ายให้ผู้บริโภคไทยมานาน กับการต้องส่งสินค้าซ่อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเสียทั้งเวลาและเสียความรู้สึก วันนี้ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ จะพาไปทำความรู้จักกับ ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ... หรือที่รู้จักในชื่อ "Lemon Law" กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคฉบับล่าสุด ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะเข้ามาพลิกเกมยกระดับความรับผิดชอบของผู้ขาย และเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในไทยไปอย่างสิ้นเชิง
- Lemon Law คืออะไร? ทำไมถึงเรียกว่า "กฎหมายมะนาว"
คำว่า "Lemon Law" มีที่มาจากการเปรียบเทียบสินค้า ที่ภายนอกดูสวยสดใสเหมือนผิวเลมอน แต่ของจริงข้างในกลับเปรี้ยว เปรียบเทียบกับสินค้าที่ภายนอกดูดีสมบูรณ์ แต่เอาเข้าจริงกลับชำรุดบกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ตามที่โฆษณาไว้ กฎหมายนี้เป็นกฎหมายทางแพ่งที่บังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภคเมื่อสินค้าที่ซื้อไปเกิดปัญหา เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคต้องรับภาระกับสินค้าที่ด้อยคุณภาพเหมือนได้กินมะนาวที่เปรี้ยวเกินไป
เดิมที ประเทศไทยมีบทบัญญัติเรื่องความชำรุดบกพร่องในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่แล้ว แต่ยังให้ความคุ้มครองไม่ชัดเจน และไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกับสินค้าที่ผู้ซื้อไม่สามารถมองเห็นความเสียหายได้ในขณะซื้อ ล่าสุด หลังจากที่กฎหมายนี้ถูกดองมานาน 10 กว่าปี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา
ขณะนี้ ร่างกฎหมายฉบับที่ผ่านการตรวจพิจารณาจากกฤษฎีกา และฉบับที่ภาคประชาชน (นำโดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง และรายชื่อประชาชนกว่า 2 หมื่นคน) เสนอ ได้บรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพื่อเตรียมพิจารณาออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป
- ความสำคัญ Lemon Law
- ครอบคลุม: ทั้งการซื้อขายทั่วไป, การเช่าซื้อ (ลิสซิ่ง), การจัดไฟแนนซ์ และสัญญาแลกเปลี่ยน
- ผู้ซื้อ: หมายความรวมถึงผู้ที่รับโอนสินค้าต่อจากผู้ซื้อคนแรกด้วย
- สินค้าที่คุ้มครอง: สินค้าใหม่ทั่วไป รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ข้อยกเว้น: ไม่ใช้บังคับกับสินค้ามือสอง สัตว์มีชีวิต และสินค้าอื่นตามที่กระทรวงจะกำหนด
- สิทธิผู้บริโภค
กฎหมายนี้ มีหลักการสำคัญคือ "การสันนิษฐานว่าสินค้าบกพร่อง ตั้งแต่ส่งมอบ" หากเกิดปัญหาภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าสินค้านั้นเสียมาตั้งแต่แรก โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์เอง สามารถแบ่งตามประเภทสินค้าได้ดังนี้
1. สินค้าทั่วไป
- พบจุดเสียสำคัญภายใน 7 วัน: ขอเปลี่ยนเป็นชิ้นใหม่ได้ทันที ถ้าผู้ขายไม่ยอมเปลี่ยนหรือไม่มีของ ให้ขอคืนเงิน/เลิกสัญญาได้
- เสียไม่มาก (ไม่กระทบสาระสำคัญ): ต้องให้ช่างซ่อมก่อนเป็นอันดับแรก หากซ่อมแล้วของเสียสภาพ หรือราคาตก สามารถเรียกค่าเสียหายหรือขอลดราคาได้
- ซ่อมไม่เสร็จใน 60 วัน: หากซ่อมไม่หาย หรือผู้ขายปฏิเสธการซ่อม ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาหรือขอคืนเงิน
2. รถยนต์ - รถจักรยานยนต์
- คุ้มครองกรณีพบปัญหาภายใน 1 ปี (สำหรับรถยนต์) หรือใช้งานเป็นระยะทางไม่เกิน 10,000 กิโลเมตรนับแต่วันส่งมอบ และ 6 เดือน (สำหรับรถจักรยานยนต์) หรือใช้งานเป็นระยะทางไม่เกิน 5,000 กิโลเมตร นับแต่วันส่งมอบ
- ถ้าเสียในส่วนที่อันตรายต่อชีวิต: หากแก้ไขไม่ได้ หรือแก้ไขแล้วยังเสี่ยงอันตราย ผู้ขายต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ให้ ถ้าไม่มีรถเปลี่ยนให้ ผู้ซื้อมีสิทธิคืนรถและขอเงินคืน
- ถ้าเสียทั่วไป: ให้ซ่อมก่อนโดยผู้ซื้อ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และผู้ขายต้องชดเชยค่าขาดประโยชน์หรือจัดหาสิทธิประโยชน์อื่นระหว่างรอซ่อมด้วย,
- ซ่อมไม่จบ: หากซ่อมไม่เสร็จใน 90 วัน (รถยนต์) หรือ 60 วัน (จักรยานยนต์) ผู้ซื้อมีสิทธิขอลดราคาหรือขอคืนเงิน ทั้งนี้ หากความชำรุดบกพร่องของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์นั้นกระทบต่อความปลอดภัยในการใช้ ผู้ซื้อมีสิทธิให้ผู้ขายเปลี่ยนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ หรือเลิกสัญญา
- กรณีเลิกสัญญา: ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย และค่าเสียหายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องนั้น
3. เครื่องใช้ไฟฟ้า - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- พบจุดเสียสำคัญภายใน 14 วัน: มีสิทธิขอเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันที หากผู้ขายไม่เปลี่ยนให้ สามารถขอคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายได้
- กรณีอื่น ๆ: ใช้เกณฑ์เดียวกับสินค้าทั่วไป (คือให้ซ่อมก่อนตามขั้นตอน)
- อายุความในการฟ้องร้อง
หากตกลงกันไม่ได้ ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิทางศาลได้ภายในระยะเวลา ดังนี้
- สินค้าทั่วไป: 1 ปี นับจากวันที่พบจุดเสีย
- รถยนต์, จักรยานยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้า: 2 ปี นับจากวันที่พบจุดเสีย
สรุปกฎหมาย "Lemon Law" หรือในชื่อของไทย คือ ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ฉบับนี้ จะช่วยให้ผู้บริโภคอุ่นใจได้ว่า เมื่อจ่ายเงินซื้อสินค้ามือหนึ่งมาแล้ว หากโชคร้ายเจอของพัง ชำรุด เสียหาย ผู้ขายจะไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ง่าย ๆ และมีขั้นตอนการชดเชยที่ชัดเจนทั้งการซ่อม เปลี่ยน หรือคืนเงิน