คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เดินหน้าขยายผลปราบปรามขบวนการซื้อขาย และเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กและผู้ใหญ่ ผ่านกลุ่มลับใน LINE และ Telegram กว่า 100 กลุ่ม ยอดสมาชิกหลายพันราย เตือนบัญชีผู้ใช้งานที่เผยแพร่ ส่งต่อ และซื้อขายสื่อลามกอนาจารมีความผิดร้ายแรง เข้าข่ายค้ามนุษย์
สืบเนื่องจากการเข้าตรวจค้นและจับกุม นายประดิษฐ์ (สงวนนามสกุล) เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา จากการตรวจค้นพบหลักฐานที่เป็นสมุดบันทึกที่มีการจดรายชื่อลูกค้า และบุคคลอื่นที่อยู่ในกลุ่ม LINE ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยน ซื้อขาย และเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยังพบมีกระแสเงินหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมมากกว่า 20,000 ครั้ง นายประดิษฐ์(ผู้ต้องหา) ให้การเบื้องต้นว่า กลุ่มลับดังกล่าว มีสมาชิกจำนวนมาก และอ้างว่ามีบุคคลหลากหลายอาชีพเข้าร่วมอยู่ในกลุ่ม รวมถึงข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และบุคคลที่มีชื่อเสียงบางราย
กรมสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้นจากการสอบสวนขยายผล นายประดิษฐ์ฯ ยังได้ให้การซัดทอดถึงเจ้าของ และผู้ดูแลกลุ่มสื่อลามกอนาจารเด็กและผู้ใหญ่จำนวนมากผ่านแอปพลิเคชัน LINE และ Telegram โดยมีพฤติการณ์จัดหาบุคคลมาทำหน้าที่เป็นแอดมินกลุ่ม เพื่อคอยนำลูกค้าที่ชำระเงินแล้วเข้าสู่กลุ่มลับ อีกทั้งยังว่าจ้างให้จัดหาซิมการ์ด และเปิดหมายเลขโทรศัพท์จำนวนมาก เพื่อนำไปสมัครบัญชี Telegram และใช้สร้างกลุ่มลับสำหรับเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2568 จึงได้จัดให้มีการล่อซื้อเพื่อแฝงตัวเข้าสู่กลุ่มดังกล่าว จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับนายวัชระพงศ์ฯ ในความผิดเกี่ยวกับการครอบครอง ส่งต่อ ผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย แจกจ่าย ให้เช่า หรือเผยแพร่สื่อลามกที่มีเด็ก รวมทั้งความผิดตามกฎหมายว่าด้วยคอมพิวเตอร์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีรายได้จากการจำหน่ายคลิปและสื่อลามกอนาจารมากกว่า 5 ล้านบาท มียอดการซื้อขายมากกว่า 28,000 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าตรวจค้นและจับกุม นายวัชระพงศ์ (ผู้ต้องหา) ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยพบสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนมาก มีทั้งกลุ่มเด็กชาย เด็กหญิง และกลุ่มผู้ใหญ่ มากกว่า 200 กลุ่ม และพบไฟล์ลามกอนาจารเด็ก เด็กชาย เด็กหญิง และกลุ่มผู้ใหญ่ ไม่ต่ำกว่า 5000 ไฟล์ พบร่องรอยการโอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทยจำนวนมาก และสมุดบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินสมาชิกเข้ากลุ่ม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์และคัดแยกพยานหลักฐานทางดิจิทัลอย่างละเอียด
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนไปยังประชาชนว่า การครอบครอง ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ส่งต่อ หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร โดยเฉพาะสื่อลามกอนาจารเด็ก เป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย และอาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก การค้ามนุษย์ รวมถึงความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ผู้กระทำความผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน อาจต้องรับโทษทางอาญาอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานงานกับบริษัท LINE และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการปิดบัญชีผู้ใช้งาน กลุ่มลับ และช่องทางการสื่อสารที่ใช้ในการกระทำความผิด รวมทั้งติดตามขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป