แรงงานไทยเนื้อหอม! อิตาลีเปิดรับปีละ 3 หมื่นคน รัฐบาลเร่ง MOU ปูทางสู่ตลาดงานยุโรป

ข่าวทั่วไป Sunday June 21, 2026 13:22 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

แรงงานไทยเนื้อหอม! อิตาลีเปิดรับปีละ 3 หมื่นคน รัฐบาลเร่ง MOU ปูทางสู่ตลาดงานยุโรป

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย ผ่านการขยายตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยล่าสุด นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ H.E. Marina Elvira Calderone รมว.แรงงานและนโยบายทางสังคม สาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

โดยการหารือครั้งนี้ นับเป็นพัฒนาการสำคัญต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไทยในตลาดยุโรป โดยรัฐบาลอิตาลี ได้บรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงาน หรือ Flows Decree ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปิดรับแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย และเป็นช่องทางที่เอื้อต่อการจ้างแรงงานไทยในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ทั้งในรูปแบบแรงงานตามฤดูกาล และแรงงานทั่วไป

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า จากการหารือระหว่างกระทรวงแรงงานไทย กับเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ ฝ่ายอิตาลีได้แสดงความสนใจรับแรงงานไทยสูงถึง 20,000-30,000 คนต่อปี ในสาขาที่ขาดแคลนแรงงาน ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข และภาคบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Decreto Flussi 2026-2028 ที่กำหนดโควตารับแรงงานจากประเทศนอกสหภาพยุโรปรวมกว่า 500,000 อัตรา ถือเป็นโอกาสสำคัญที่แรงงานไทยจะสามารถเข้าถึงตลาดแรงงานคุณภาพในยุโรปได้มากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ รมว.แรงงาน ได้ขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของอิตาลี เพื่อเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงโดยนายหน้าเถื่อน พร้อมยกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และสภาพการจ้างงานตามมาตรฐานสากล

พร้อมกันนี้ ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องขยายความร่วมมือใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาอาชีวศึกษาและศูนย์ฝึกแรงงานร่วม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบบำนาญชราภาพ การคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการครอบครัว และการเพิ่มโอกาสจัดส่งแรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานยุโรป

นอกจากนี้ ไทยยังได้แสดงความสนใจศึกษารูปแบบการศึกษาเชิงเทคนิค และระบบการศึกษาทวิภาคี (Dual-Track Education) ของอิตาลี ซึ่งเชื่อมโยงภาคการศึกษาเข้ากับภาคธุรกิจ และสถานประกอบการ เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานสมัยใหม่ รวมถึงแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ตลอดจนแนวคิด "สิทธิในการตัดการเชื่อมต่อ" (Right to Disconnect) เพื่อคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ถูกบังคับทำงานนอกเวลางาน

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า หากการจัดทำ MOU แล้วเสร็จตามเป้าหมาย อิตาลีจะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดแรงงานสำคัญของคนไทยในยุโรป ท่ามกลางความต้องการแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคเกษตร สุขภาพ และบริการ ซึ่งกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในหลายพื้นที่

"ความร่วมมือครั้งนี้ จึงไม่เพียงเปิดประตูสู่โอกาสการทำงานของแรงงานไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของไทยในฐานะแหล่งแรงงานคุณภาพ ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประเทศคู่ค้าในระดับสากลอีกด้วย" ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ระบุ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ