ศูนย์เตือนภัยฯ จับตาพายุลูกใหม่ในทะเลจีนใต้ อาจเผชิญฝนหนักอีกรอบ 25-26 ก.ย.

ข่าวทั่วไป Thursday September 20, 2012 12:24 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในฐานะคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) เปิดเผยว่า ในขณะนี้กำลังเฝ้าจับตาการก่อตัวในทะเลจีนใต้ที่อาจจะเกิดเป็นพายุได้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากเข้ามาทางเวียดนาม อาจจะส่งผลภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ โดยจะมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

"แนวโน้ม(การก่อตัวของพายุ)มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น น่าจะลูกหนึ่งทางทะเลจีนใต้ คาดว่าน่าจะมีการก่อตัวน่าจะได้เห็นในอาทิตย์หน้า"น.อ.สมศักดิ์ กล่าว

ส่วนสถานการณ์น้ำในภาพรวมขณะนี้ดีขึ้นในทุกพื้นที่ แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังคือในลุ่มน้ำบางปะกง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งระดับน้ำในอ.เมืองปราจีนบุรี ต่ำกว่าตลิ่ง 17 เซนติเมตร และ ในอ.ศรีมหาโพธิ์ และอ.กบินบุรี มีระดับน้ำทรงตัว และเริ่มลดลง

ส่วนสภาพอากาศขณะนี้ฝนได้เบาบางลง และเคลื่อนตัวสู่ภาคเหนือ ซึ่งอาจจะทำให้ระดับน้ำทรงตัวหรือสูงขึ้นในพื้นที่ จ.สุโขทัย อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก อ.สามงาม จ.พิจิตร แต่ยังไม่ผลกระทบใดๆ

สำหรับระดับน้ำในคลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งแล้ว ขณะที่น้ำท้ายเขื่อน จ.ชัยนาทได้มีการปล่อยอยู่ที่ 1,600 ลบ.ม./วินาที สำหรับระดับน้ำตลอดแนวลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีระดับต่ำลงกว่าตลิ่งเป็นเมตร

ส่วนสถานการณ์ของฝนจะลดลง แต่อาจกลับมาใหม่ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. เป็นพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคเหนือ ขณะที่พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเช่นเดียวกันคือพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งจะมีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ จ.พังงา ระนอง แต่พื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอาจจะมีผลกระทบทำให้ดินอุ้มน้ำ และทำให้มีการเคลื่อนตัวของดินในพื้นที่เส้นทางของ จ.ชุมพร ระนอง ซึ่งเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขา จะมีผลกระทบทำให้มีปัญหาในเส้นทางการจราจร

น.อ.สมศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า การบริหารจัดการน้ำไม่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน แต่ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ที่มีปริมาณมากทำให้การไหลของน้ำมีผลกระทบ ซึ่งการระบายของน้ำได้ดำเนินการตามขั้นตอน แต่ขณะนี้มีผลกระทบในเรื่องของขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล ขวางทางน้ำ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า

ส่วนการบริหารจัดการน้ำในช่วงปลายน้ำนั้นได้มีการผันน้ำในทางภาคตะวันตกและภาคตะวันออก โดยผันน้ำไปยังคลองระพีพัฒน์ ซึ่งเป็นการร้องขอของประชาชนในพื้นที่ที่ทำน้ำข้าวฟางลอย สำหรับปริมาณน้ำฝนที่มาจากทางตอนเหนือของจ.นนทบุรี ปทุมธานี ไหลลง กทม. ทำให้น้ำในคลองมหาสวัสดิ์ สูงขึ้นประมาณ 120 เซนติเมตร ซึ่งทางกทม.ได้เตรียมเรือผลักดันน้ำในพื้นที่ และรัฐบาลได้ให้กองทัพเรือเสริมเรือและเครื่องผลักดันน้ำตามลำคลองต่างๆ ของกทม. เพื่อช่วยให้การไหลของน้ำเร็วขึ้น อาทิ คลองลาดพร้าว คลองมหาสวัสดิ์

ขณะเดียวกัน ในวันพรุ่งนี้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จะเดินทางตรวจลำน้ำในเวลา 8.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่ท่าน้ำกรมชลประทาน อ.ปากเกร็ด ไปยังเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ไปคลองบ้านพร้าว ไปบางบาล ถึงเขื่อนเจ้าพระยา นครสรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพื่อไปดูในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีผลกระทบ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ