กรมชลฯ เผยน้ำในเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์เหลือใช้เพียง 30% เตือนใช้ประหยัด

ข่าวทั่วไป Friday January 31, 2014 15:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุน ส่งไปสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสักฯ) ล่าสุด(31 ม.ค. 57) มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 13,110 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้ จำนวน 6,414 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของปริมาณน้ำใช้การได้

สถานการณ์น้ำในเขื่อนต่างๆ มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 6,729 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,929 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,341 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,491 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 444 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 401 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 596 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 593 ล้านลูกบาศก์เมตร

ผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 2556/2557 เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุด(31 ม.ค. 57) มีการใช้น้ำไปแล้ว 3,265 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 62 ของแผนฯ คงเหลือปริมาณน้ำที่จะใช้ได้ตามแผนฯ อีกประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ของแผนฯ

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ คงเหลือปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้ได้ในช่วงฤดูแล้ง เพียงร้อยละ 30 ของความจุฯ เท่านั้น ในขณะที่ฤดูแล้งยังเหลือระยะเวลาอีกประมาณ 3 เดือน จึงขอให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดคุณค่าสูงสุด โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ขอความร่วมมือให้งดทำนาปรังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ เพียงพอใช้อย่างไม่ขาดแคลน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ