ผู้ว่าฯกทม.สั่งทุกเขตเฝ้าระวังจุดอ่อนน้ำท่วมรับมือฝนตกหนัก 14-15 มิ.ย.

ข่าวทั่วไป Friday June 12, 2015 12:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ระบุว่า จากคาดการณ์จะเกิดฝนตกหนักในกรุงเทพฯ วันอาทิตย์และวันจันทร์ (14-15 มิ.ย.) ได้สั่งการให้ 50 สำนักงานเขตจัดจุดนัดพบ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กทม. ตำรวจ และทหาร เพื่อการประสานงานและเข้าประจำการจุดอ่อน ทั้งกำลังคนและอุปกรณ์ในแต่ละพื้นที่ได้เร็วขึ้น เพื่อให้พร้อมรับมือฝนหนักที่จะถึงนี้ ในส่วนของจุดอ่อนน้ำท่วม 22 แห่ง กทม.ยังดำเนินการแก้ไข แม้ว่า 22 จุดอ่อนน้ำท่วมที่มีอยู่จะหมดไปก็อาจเกิดจุดอ่อนใหม่ได้เนื่องด้วยการเงื่อนไขต่างๆ เช่น การก่อสร้าง การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงของเมืองในอนาคต อย่างไรก็ตาม กทม.ก็จะเดินหน้าแก้ไขจุดที่มีปัญหาต่อไป

นอกจากนั้น ในวันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ พร้อมด้วยนายสัญญา ชีนิมิตร ปลัดกรุงเทพมหานคร, นายอดิศักดิ์ ขันตี รองปลัดกรุงเทพมหานคร, นายกังวาฬ ดีสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ ตรวจการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจุดอ่อนน้ำท่วมขังบริเวณบ่อสูบน้ำ ถนนนิคมมักกะสัน บริเวณหน้าโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร (โรงพยาบาลรถไฟ)

สำหรับพื้นที่บริเวณถนนนิคมมักกะสัน มักประสบปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ ประกอบกับมีทางรถไฟที่ขวางทางระบายน้ำ ซึ่งกทม.ได้แก้ปัญหาจุดอ่อนพื้นที่ดังกล่าวโดยการดันท่อระบายน้ำขนาด 1.20 เมตร ลอดผ่านทางรถไฟ แล้ววางท่อระบายน้ำไปตามแนวถนนนิคมมักกะสัน รวมถึงปรับปรุงบ่อสูบน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสร้างบ่อสูบน้ำขนาด 4 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้สามารถรองรับได้ทั้งปริมาณน้ำฝนและน้ำที่ถูกปล่อยทิ้งออกมาจากอาคารบ้านเรือนในย่านดังกล่าวลงสู่คูน้ำข้างโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร (โรงพยาบาลรถไฟ) และส่งต่อไปยังคลองแสนแสบได้เร็วขึ้น

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า พื้นที่เขตราชเทวี บริเวณถนนศรีอยุธยา เป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมมานาน เนื่องด้วยท่อระบายน้ำมีขนาดเพียง 60 เซนติเมตร อีกทั้งมีระบบสาธารณูปโภคใต้ดินจำนวนมาก ทำให้การปรับปรุงท่อระบายน้ำให้ใหญ่ขึ้นทำได้ยาก กทม.จึงใช้วิธีการเสริมประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยสร้างบ่อสูบน้ำกำลังสูงดึงน้ำลงสู่คูน้ำและคลองแสนแสบ ซึ่งบริเวณถนนนิคมมักกะสันได้ติดตั้งแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2557 ทำให้การระบายน้ำในพื้นที่ดังกล่าวทำได้เร็วขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาจุดอ่อนย่านนิคมมักกะสันได้ อีกทั้งยังช่วยดึงน้ำบางส่วนจากถนนราชปรารภลงคลองมักกะสันและคลองแสนแสบได้เร็วขึ้นด้วย ส่งผลให้การระบายน้ำถนนศรีอยุธยาดีขึ้น จากเหตุฝนหนักเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ถนนศรีอยุธยาใช้เวลาในการระบายน้ำประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าบริเวณจุดอ่อนมักกะสัน ราชปรารภ และศรีอยุธยาสามารถระบายน้ำได้ดีขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม กทม.จะดำเนินการลดจุดอ่อนน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ต่อไป เนื่องจากระบบระบายน้ำกทม.ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งต้องพัฒนาต่อเนื่องอีกไม่ต่ำกว่า 20 ปี ด้วยมีเงื่อนไขด้านงบประมาณซึ่งต้องใช้งบลงทุนมหาศาลกว่าแสนล้านบาท อย่างไรก็ดีปัจจุบันระบบระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครดีขึ้นกว่าเมื่อ 5-10 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยสภาพอากาศไม่เหมือนเดิม อีกทั้งลักษณะทางกายภาพของเมืองเปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ตนเองเข้าใจถึงความกังวลของประชาชนและหลายคนยังไม่ลืมเหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 แต่ก็ขอให้เข้าใจข้อเท็จจริงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนชี้แจงและทำความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ