รมว.คมนาคม เผยทอท.รายงานยัน"คำรณวิทย์"ผ่านระบบตรวจค้นถูกต้อง

ข่าวทั่วไป สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 24 มิถุนายน 2558 17:46:52 น.

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศญี่ปุ่นจับกุมตัวที่สนามบินนาริตะ ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองว่า นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพกร ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท. ยืนยันมาว่า ไม่มีการละเลยการตรวจค้นอาวุธแน่นอน โดยพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ผ่านขั้นตอนการตรวจทั้งเครื่องสแกน กระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องบิน และกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน ไม่พบว่ามีการพกอาวุธปืน และไม่มีรายงานการขออนุญาตนำอาวุธปืนออกนอกประเทศ

ในส่วนของระบบจากการตรวจสอบช่วงเดินทางออกจากประเทศไทย มีหลักฐานยืนยันการตรวจสอบอย่างชัดเจนทั้งสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่องบิน รวมถึงกระเป๋าถือขึ้นบนเครื่องบิน จึงไม่มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องความบกพร่องในส่วนของการเดินทางออกนอกประเทศ โดยทอท.จะต้องเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนรับผิดชอบต้องเข้มงวดในการตรวจสอบทั้งกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ กระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่องบินต้องมีความเข้มงวดขึ้น และจะมีการเพิ่มมาตรการสำหรับกลุ่มมีอภิสิทธิ์พิเศษ หรือ VIP พร้อมยืนยันว่ากลุ่มอภิสิทธิ์ชนต้องการได้รับการตรวจสู่ระบบปกติเช่นกันโดยไม่มีการยกเว้น แต่ควรจะได้รับการตรวจอย่างเหมาะสม แต่ควรให้เกียรติกับบุคคลสำคัญ อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับการตรวจค้นท่านจุฬาราชมนตรี โดยใช้เครื่องตรวจโลหะตรวจบริเวณศีรษะและผ้าสะระบั่น ของท่านจุฬาราชมนตรี ทำให้มีภาพที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ระบบตรวจค้นของท่าอากาศยานนั้นมีเกณฑ์มาตรฐาน 0.9-.99% ซึ่งเทคโนโลยีนั้น มีโอกาสผิดพลาด 0.01-0.1% แต่ระบบทุกอย่างต้องมีการปรับปรุงพัฒนา ไม่มีอะไรที่หยุดนิ่งแล้วดีและเมื่อพบเหตุที่ควรแก้ไข จะต้องทำทันที ซึ่งในวันนี้(24 มิ.ย.) นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพกร ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.ได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทันทีเพื่อสั่งการในการแก้ปัญหาต่างๆ

“ทางประธานบอร์ด ทอท.ได้ยืนยันมาว่า ไม่มีการละเลยการตรวจค้นอาวุธแน่นอน และไม่มีทางที่จะหลุดรอดมีบันทึก CCTV ซึ่งผมยังไม่ได้เห็นภาพนะเพราะเป็นการรับรายงานจาก ทอท.และได้บอกให้เร่งรายงานฝ่ายความมั่นคงด้วย ซึ่งเป็นกรณีที่กระทบหลายด้านและอาจมีประเด็นการเมืองด้วย ส่วนเรื่องการขอนำอาวุธออกนอกประเทศนั้น มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ แต่อาจจะเปิดเผยไม่ได้ เพราะบางครั้งเป็นเรื่องที่ต้องรักษาความปลอดภัยของนักบินลูกเรือด้วย โดยผมได้กำชับให้ประธานบอร์ดเข้มงวดการดำเนินงานและนำบทเรียนครั้งนี้มาเตือนในเรื่องความระมัดระวังต่อไป"พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

ส่วนกรณีที่ในปี 59 องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยภายในท่าอากาศยานของไทยนั้น รมว.คมนาคม ยอมรับว่ามีความกังวลว่าจะได้รับผลกระทบ แต่ยืนยันว่าท่าอากาศยานของไทยมีมาตรฐานสากล รวมถึงสายการบินที่เดินทางออกจากประเทศไทยได้ดำเนินการตามมาตรฐานซึ่งที่ผ่านมาไม่พบการร้องเรียนและตรวจพบการนำสิ่งของต้องห้ามออกนอกประเทศ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นเป็นการตรวจพบจากการเดินทางออกนอกประเทศของญี่ปุ่นจึงไม่สามารถก้าวล่วงได้ ซึ่งโดยปกติการพกอาวุธออกนอกประเทศสามารถทำได้แต่ต้องมีการแจ้งใบอนุญาตพกอาวุธ และผ่านขบวนการนำออกนอกประเทศอย่างถูกต้องเรียบร้อย จากกรณีดังกล่าวไม่มีการแจ้งพกอาวุธออกนอกประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง