รัฐบาล ชี้แจงสื่อตปท.กรณีเสนอข่าวไทยใช้แรงงานทาส ยันจนท.ไม่เพิกเฉย ใช้กม.จริงจัง

ข่าวทั่วไป Monday December 21, 2015 15:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวชี้แจงกรณีสำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานว่าไทยมีการค้าแรงงานทาสในโรงงานแกะกุ้งเพื่อส่งไปยังโรงงานขนาดใหญ่และส่งไปยังต่างประเทศนั้น ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงโดยได้ชี้แจงว่าตั้งแต่วันที่ คสช.เข้ามา มีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งข้าราชการประจำ ข้าราชการท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์ และมีการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา

อย่างไรก็ตาม การที่จะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกได้ต้องมีหลายปัจจัยทั้งในส่วนวัตถุดิบ ความสดใหม่ และการหาตลาด ไม่ใช่เกิดจากปัจจัยเฉพาะแรงงานที่ต้นทุนต่ำเท่านั้น และจากการรายงานข่าวดังกล่าวทราบว่าผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวดังกล่าวไม่ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง จึงขอความเป็นธรรมในส่วนนี้ด้วย

นอกจากนี้ ในรายงานข่าว มีการสร้างเรื่องขึ้นมาถึงกรณีสามีและภรรยาชาวเมียนมาร์ที่ถูกใช้แรงงาน ซึ่งความเป็นจริงไทยต้องดูแลแรงงานต่างชาติถึง 3 ล้านคน ดังนั้นจากคนไม่กี่คนจะเหมาทั้งหมดไม่ได้ และการรายงานข่าวทำเสมือนสิ่งที่เกิดเพราะสื่อไปเจอ ทำให้เจ้าหน้าที่ตามไปดำเนินการนั้น ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว แต่มีสื่อต่างประเทศขอลงพื้นที่ตามไปทำข่าวด้วย ส่วนกรณีภาพข่าวที่เห็นว่ามีเด็กอยู่ด้วยนั้น ถือเป็นวิถีชีวิตของคนเอเชียในการร่วมกันทำงานในครอบครัว เพราะบางคนไม่มีผู้ดูแลบุตร จึงต้องมาในที่ทำงานด้วย แต่จากนี้จะต้องมีการควบคุมให้เป็นไปตามหลักสากล ถูกหลักสุขอนามัย เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และบริษัทเอกชนรายใหญ่มีการตอบรับและจะกำชับโรงงานรายย่อยให้ใช้หลักการเดียวกัน โดยเริ่มในเดือนมกราคม 2559 เป็นต้นไป

ด้านพล.ร.ท.จุมพล ลุมมิกานนม์ รองเลขาธิการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการประชาสัมพันธ์ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กล่าวว่า การนำเสนอภาพข่าวนั้น เป็นภาพข่าวที่นำมาจากการลงพื้นที่ในวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสิ่งที่หยิบออกมาว่าเป็นแรงงานทาส มีการกักขัง มีการขายทอดตลาด ไม่ดำเนินการจริงจัง ข้อเท็จจริง ภาพดังกล่าวเกิดจากการดำเนินการอย่างจริงจัง หลังจากที่อียูให้ใบเหลือง และในเดือนตุลาคมก็เข้ามาตรวจอีกครั้ง พบว่ามีการใช้แรงงานผิดกฎหมายอยู่และทางอียูขอให้รัฐดูแลในส่วนนี้ ดังนั้นในวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงถือเป็นวันดีเดย์ มีการลงพื้นที่เพื่อทำงานอย่างจริงจังโดยไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า ตั้งชุดเฉพาะกิจ 25 ชุด ครบคลุม 22 จังหวัดชายทะเล

ทั้งนี้ ได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งการทำงานนั้นตั้งเป้าหมายมีการตรวจ 125 โรงงานและตรวจไปแล้ว 101 โรงงาน ทำให้ขณะนี้โรงงานที่ดำเนินการผิดกฎหมายน้อยลง นอกจากนี้ ได้มีการเปิดเผยสถิติการจับกุมแรงงานอายุต่ำกว่า 18 ปี มีจำนวน 14 คดี คดีค้ามนุษย์จำนวน 3 คดี คดีที่มีการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอีก 16 คดี ทั้งนี้การดำเนินการเป็นการลงพื้นที่ ถือเป็นการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลที่ให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ มีการบูรณาการทั้งระบบ ดูแลและตรวจตราอย่างจริงจัง สามารถชี้แจงสื่อมวลชนและเอ็นจีโอและทุกภาคส่วนได้

"ขอความยุติธรรมกับคนทำงานทั้งบนบกและในทะเล ทุกส่วนเราบูรณาการกัน ถ้ามีข้อมูลข่าวสารใดต่อการทำงาน นี่เป็นผลประโยชน์ของชาติโดยรวม ขอให้ช่วยกันปกป้องในสิ่งที่ทำด้วยความถูกต้องด้วย ขออย่านำภาพข่าวเพียงส่วนหนึ่งไปขยายในทิศทางที่ผิด" พล.ร.ท.จุมพล กล่าวว่า

ขณะที่นายทรงศักดิ์ สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกา กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศโดยกรมสารนิเทศ มีการแถลงข่าวในเรื่องนี้ไปแล้ว ซึ่งทางสถานทูตที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาก็มีการแถลงข่าวว่ารัฐบาลมีความยึดมั่นแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ และแรงงานประมง มีการประสานกับผู้ประกอบการต่างๆ เอ็นจีโอและภาคเอกชนถึงมาตรการต่างๆของรัฐบาล ที่มีการแก้ไขปัญหาและร่วมทำงานกับหน่วยงานของไทย โดยมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาและยังได้มีการชี้แจงต่อรัฐสภาของสหรัฐและยุโรป และเอ็นจีโอไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมที่จะรับฟังเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ