รพ.พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาในไทย 1 ราย แต่ สธ.เผยไม่รุนแรง-ยังไม่แพร่ระบาด

ข่าวทั่วไป Tuesday February 2, 2016 16:20 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

พล.อ.ต.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า โรงพยาบาลฯ ได้พบผู้ป่วยชาย มีอาการไข้ออกผื่น ได้เจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบเป็นโรคซิกา ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่ได้ปิดบังการพบผู้ป่วยในครั้งนี้ โดยได้ดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทั้งการทำลายยุงที่เป็นพาหะนำโรค ให้ความรู้ประชาชน โดยมีการประสานงานกันใกล้ชิดกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ด้าน นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวมาตรการควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกาของประเทศไทยว่า ภายหลังองค์การอนามัยโลก ประกาศเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ" เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ได้กำชับให้ทุกภาคส่วน เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมมาตรการป้องกัน ควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เน้นเฝ้าระวัง 4 เรื่อง คือ 1.เฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2.เฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3.เฝ้าระวังในหญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้ออกผื่น ทารกที่มีความผิดปกติศีรษะเล็ก โดยได้ประสานกับสมาคมสูตินรีแพทย์แห่งประเทศในการเฝ้าระวังอีกด้วย และ 4.เฝ้าระวังในผู้ที่มีอาการปลายประสาทอักเสบ ซึ่งขณะนี้ห้องปฎิบัติการ (Lab) ของประเทศไทยสามารถตรวจหาเชื้อไวรัสซิกาได้หลายแห่ง และในวันนี้จะได้ลงนามในประกาศ 2 ฉบับตามที่กรมควบคุมโรคเสนอ

นายแพทย์อำนวย กล่าวต่อว่า ศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข ได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญออกประกาศ 2 ฉบับ ได้แก่ ชื่อและอาการสำคัญผู้ป่วย และประกาศให้โรคซิกาเป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2523 หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทันที

อย่างไรก็ตาม ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ระบาดของโรค แต่ละปีมีผู้ป่วยเฉลี่ยปีละ 5 คน โรคนี้ส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายได้เอง อาการโรคไม่รุนแรง ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต มีปัญหาเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้ทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน ได้เอง

กรมฯ ขอความร่วมมือประชาชน ร่วมมือกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทั้งในบ้าน รอบๆ บ้านและในชุมชน ทั้งคนในครอบครัวและคนในชุมชนเอง ต้องช่วยกันค้นหาและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการให้ ให้ถือว่าเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันในเรื่องนี้ ส่วนผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาดในแถบประเทศลาตินอเมริกา และแคริเบียน หากมีอาการข้างต้นสามารถเข้ารับการตรวจรักษาได้ที่สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนมหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ขอให้เชื่อมั่นในระบบเฝ้าระวังของประเทศไทย และโปรดติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 ตลอด 24 ชั่วโมง


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ