กรมป้องกันฯ แจ้งเตือน 19 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในระยะนี้

ข่าวทั่วไป Wednesday September 7, 2016 14:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ฝั่งตะวันออก โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก เลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม อุทัยธานี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ปภ.จึงได้ประสานแจ้งเตือน 19 จังหวัดดังกล่าวให้เตรียมการเฝ้าระวังและรับมืออันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม

รวมถึงประสานให้ 3 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือบริเวณลุ่มน้ำยม น่าน และโขง ได้แก่ เชียงราย พะเยา และน่าน เตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังดินถล่ม และน้ำไหลหลากในช่วงวันที่ 6 – 7 กันยายน 2559

พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ราบต่ำริมน้ำไหลผ่าน และพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด หมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ จะได้อพยพหนีภัยทันท่วงที กรณีสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ให้พิจารณาอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัย หรือจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และแผนปฏิบัติการฯ แผนเผชิญเหตุของอำเภอและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และแนวทางการจัดการสาธารณภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ส่วนสถานการณ์อุทกภัย และน้ำไหลหลากใน 4 จังหวัด รวม 9 อำเภอ 18 ตำบล ได้แก่ เชียงราย, สกลนคร, พังงา และกระบี่ โดยเชียงราย น้ำไหลเข้าท่วมเส้นทางสายอำเภอเมือง – อำเภอแม่จัน ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้, สกลนคร เกิดน้ำไหลหลากท่วมถนนในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอวานรนิวาส ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแล้ว ส่วนพังงา เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วทุ่ง และอำเภอกะปง ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแล้ว และกระบี่ เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ บริเวณวัดโภคาจุฑามาตย์ ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแล้ว

รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร และมูลนิธิ เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยส่งเจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหาย แจกจ่ายถุงยังชีพ และเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้น รวมถึงระดมสรรพกำลัง วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยปฏิบัติการซ่อมแซมสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า ประปา และระบบการสื่อสารให้ใช้งานได้ตามปกติ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ