ครม.เห็นชอบปรับปรุงรายละเอียดโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพัทยา–แหลมฉบัง–ศรีราชา ระยะที่ 1

ข่าวทั่วไป สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561 18:27:44 น.

รายงานข่าว แจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามความเห็นของกระทรวงการคลัง (กค.) (หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วน ที่ กค 0907/13941 ลงวันที่ 7 กันยายน 2561) ที่เห็นชอบให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ปรับปรุงรายละเอียดโครงการปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค สาขาพัทยา – แหลมฉบัง – ศรีราชา ระยะที่ 1 และปรับกรอบวงเงินเป็น 2,349.247 ล้านบาท โดยเป็นการปรับปรุงด้านเทคนิคการผลิตน้ำประปาจากระบบผลิตน้ำแบบ Conventional ร่วมกับ Mobile เปลี่ยนเป็นระบบผลิตน้ำแบบ Conventional ทั้งหมด ซึ่งเป็นการดำเนินงานผลิตน้ำประปาที่เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ กปภ. ใช้ทั่วประเทศ เพื่อให้การดำเนินการมีความสอดคล้องกับความจำเป็นและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงมีความเหมาะสมกับขนาดพื้นที่โครงการที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการในการรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่โครงการ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเห็นควรให้ใช้เงินกู้ภายในประเทศ จำนวน 3,284.675 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันเงินกู้ เนื่องจากโครงการมีความคุ้มค่าทางการเงินและทางเศรษฐศาสตร์ รวมทั้ง กปภ. มีฐานะการเงินที่มั่นคง มีความสามารถในการชำระหนี้ระดับสูงและมีความเสี่ยงทางเครดิตอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการคลัง จะเป็นผู้พิจารณาจัดลำดับความสำคัญในการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆ ตามความเหมาะสมและจำเป็นต่อไป และขอให้ กปภ. จัดทำแผนการใช้เงินและเสนอความต้องการกู้เงินเพื่อลงทุนในโครงการดังกล่าวภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแล้ว เพื่อกระทรวงการคลัง ได้เสนอแผนการกู้เงินต่อคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะเพื่อบรรจุโครงการเงินกู้ไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณต่อไป เนื่องจากการปรับปรุงรายละเอียดโครงการส่งผลให้การดำเนินงานโครงการล่าช้ากว่าแผนการดำเนินงานเดิม จึงเห็นควรให้ กปภ. ปรับปรุงแผนการดำเนินงานดังกล่าวให้เป็นปัจจุบัน และควรเร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน และเร่งรัดการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้เพื่อไม่ให้โครงการฯ ล่าช้า และเกิดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น (Cost Overrun)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง