นายกฯ ชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันระดมสมอง–ความคิดแก้ปัญหากรณีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

ข่าวทั่วไป สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- เสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 10:19:39 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับประชาชนผ่านรายการ "ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมแรง ร่วมใจกัน ระดมสมอง – ความคิด ในการแก้ปัญหากรณีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ปกคลุมทั่วเมืองกรุงเทพฯ ทั้งการใช้โดรน – การใช้เครื่องบินพ่นน้ำ การพ่นน้ำที่ตึกสูง โครงการอาชีวะอาสา ตั้งศูนย์ Fix it center ให้บริการเช็คสภาพรถ – ทำความสะอาดกรองอากาศ ท่อไปเสีย ออกแบบเครื่องพอละอองน้ำ – อุโมงค์พ่นน้ำแรงดันสูง เพื่อช่วยดักจับฝุ่นควัน การออกแบบเครื่องกำจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่ รวมถึงการล้างถนนและลดฝุ่นในเขตก่อสร้าง เป็นต้น

สำหรับมาตรการระยะยาวในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ คือ การพัฒนาไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะเป็น Roadmap ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเป็น EV Hub ของภูมิภาค และของโลกในวันข้างหน้า การประชุมใหญ่ World Economic Forum ปีนี้ หรือ Davos 2019

ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นพิเศษ ในขณะที่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ G20 ประกาศว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นวาระสำคัญในการประชุมปีนี้ ประเทศไทยต้องเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ภายใน 12 ปีข้างหน้านี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีผลการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญๆ เช่น 1) การกำกับดูแลการปล่อยมลพิษทางน้ำและทางอากาศอย่างเคร่งครัดของสถานประกอบการ โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม 2) การผลักดันกฎหมายใหม่ เพื่อส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3)

กำหนดให้การกำจัดขยะมูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติ เน้นการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยเพิ่มบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดการขยะมูลฝอยตกค้าง 4) รณรงค์ลดการใช้โฟมและถุงพลาสติก โดยร่วมมือกับศูนย์การค้า ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านสะดวกซื้อ สามารถลดได้ราว 370 ล้านใบ 5) ลดพลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม 6) ห้ามสูบบุหรี่บริเวณพื้นที่ชายทะเล 7) จัดการของเสียอันตรายชุมชนอย่างถูกต้อง 8) แก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือให้ดีขึ้น ขยายความร่วมมือกับ 5 ประเทศอนุภูมิภาคแม่โขง เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขององค์การสหประชาชาติ ด้วยการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนการปฏิรูปประเทศในทุกมิติ เน้นการพัฒนาสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม น้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง